OMODA 5 เปิดตัวมาเลเซีย เริ่มต้นเพียง 8.24 แสนบาท

OMODA 5

OMODA 5 เปิดตัวมาเลเซีย ขุมพลังเบนซิน 1.5T เริ่มต้นเพียง 824,000 บาท

OMODA 5 เปิดตัวมาเลเซีย ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกที่ประเทศมาเลเซีย พร้อมขุมพลังเบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 156 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 9CVT เคาะราคาจำหน่าย 108,800 – 118,800 ริงกิตมาเลเซีย หรือประมาณ 824,000 – 899,000 บาท
OMODA 5 ที่วางจำหน่ายในประเทศมาเลเซีย ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 4 สูบ TCI ความจุ 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 156 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 230 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังไปยังล้อคู่หน้าด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9CVT พร้อมโหมดการขับขี่เลือกได้ 2 รูปแบบ คือ Eco และ Sport โดยมีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยในโหมด Combined อยู่ที่ 6.9 ลิตร ต่อ 100 กม. หรือประมาณ 14.5 กม./ลิตร
ดีไซน์ภายนอกของ OMODA 5 ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Art in Motion เน้นความโฉมเฉี่ยวและดูทันสมัย ตัวถังมีความยาวตลอดคันอยู่ที่ 4,400 มม. ความกว้าง 1,830 มม. ความสูง 1,588 มม. ภายในห้องโดยสารรองรับได้ 5 ที่นั่ง ซึ่งโดยรวมแล้วมีขนาดใกล้เคียงกับ Haval Jolion และมีขนาดใหญ่กว่า MG ZS อยู่เล็กน้อย

OMODA 5 เปิดตัวมาเลเซีย เวอร์ชันมาเลเซียมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย

คือ รุ่น C และรุ่น H โดยทั้งคู่ถูกติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐาน เช่น ระบบไฟหน้าแบบ LED, หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ 10.25 นิ้ว, หน้าจออินโฟเทนเมนท์ขนาด 10.25 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay / Android Auto, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ Dual Zone, กล้องมองภาพด้านหลัง, กุญแจ Keyless Entry, ระบบชาร์จสมาร์ทโฟนไร้สาย และไฟตกแต่งห้องโดยสาร Ambient Light ปรับได้ 64 สี เป็นต้น
ส่วนรุ่น H ซึ่งเป็นรุ่นท็อปสุดถูกเพิ่มเติมด้วยเบาะนั่งผู้ขับขี่ปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง, เบาะนั่งคู่หน้าพร้อมระบบระบายอากาศ, ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วตกแต่งด้วยสีแดง, กล้องมองภาพ 360 องศา, ไฟหน้าและไฟท้ายพร้อม Lighting Effect, ไฟ Welcome Light, ไฟเลี้ยวแบบ Sequential LED, ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า และหลังคาซันรูฟ

OMODA 5 EV ยังมาพร้อมรูปลักษณ์ที่สะท้อนถึงความเป็นผู้นำแฟชัน ไม่ว่าจะเป็นไฟท้าย LED X-Style, กระจังหน้าแบบปิดทึบตามฉบับรถยนต์ไฟฟ้าล้วน, ล้อขนาด 18 นิ้ว, เบาะนั่งแบบสปอร์ตพร้อมระบบปรับไฟฟ้าคู่หน้า (6 ทิศทางฝั่งผู้ขับขี่ และ 4 ทิศทางฝั่งผู้โดยสาร), หน้าจอคู่ขนาด 12.3 นิ้วแบบไร้รอยต่อ, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมกรองฝุ่น PM2.5 และชุดเครื่องเสียงจาก Sony เป็นต้น

นอกจากนี้ Chery ยังมีแผนเปิดตัว TIGGO 8 PRO PHEV รถเอสยูวีขนาดกลางที่ใช้ระบบขับเคลื่อนแบบ Plug-in Hybrid อีกหนึ่งรุ่น โดยเน้นจับกลุ่มลูกค้าที่ใช้งานในเมืองเป็นหลัก พร้อมห้องโดยสารแบบ 7 ที่นั่ง ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี DHT เจเนอเรชันที่ 3 ของ Chery สามารถขับขี่ในโหมดไฟฟ้าล้วนได้ไกลสูงสุด 75 กม. และมีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยเพียง 1.3 ลิตร ต่อ 100 กม.เท่านั้น

นอกจากนี้ OMODA 5 ยังถูกติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง Advanced Driving Assistant ที่ประกอบไปด้วย

• Lane Departure Warning (LWD)
• Blind Spot Detection (BSD)
• Emergency Lane Keeping (ELK)
• Rear Cross Traffic Alert (RCTA)
• Adaptive Cruise Control (ACC) w. Low Speed Follow
• Front Collision Warning (FCW) w. Vehicle Identification
• Autonomous Emergency Braking (AEB)
• Headlamp Automatic Control (HMA)
• Lane Departure Prevention (LDP)
• Integrated Cruise Assist (ICA)
• Traffic Jam Assist (TJA)
• Speed Limit Assist (SLA) / Speed Control Assist (SCF)
• Traffic Signs Recognition (TSR) / Intelligent Speed Adaption (ISA)
• 360 HD Panoramic Camera

สรุป

ขณะที่ระบบความปลอดภัยมาตรฐาน ประกอบด้วย ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว ESP, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC, ระบบเบรก ABS/EBD/BA, ระบบเตือนแรงดันลมยาง TPMS และระบบช่วยควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน HDC เป็นต้น
ส่วนไทยจะมีการเปิดตัว OMODA 5 EV ขุมพลังไฟฟ้าล้วน 100% ในช่วงต้นปี 2567 ที่จะถึงนี้ หากมีความคืบหน้าอย่างไรจะกลับมารายงานให้ทราบกันอีกครั้ง

อ้างอิง

https://www.sanook.com/

GMC Sierra 2500HD

GMC Sierra 2500HD Denali Ultimate 2024 การทดสอบครั้งแรก รถบรรทุกที่ใช้งานได้จริงหรือไม่

เมื่อมองแวบแรก 2024 GMC Sierra Denali 2500HD Denali Ult […]

Read More
GMC Canyon AT4X ปี 2023

การทดสอบครั้งแรกของ GMC Canyon AT4X ปี 2023 รถบรรทุกขนาดกลางที่มีความสามารถมหาศาลในชุดแฟนซี

ผู้เล่นอันดับต้นๆ ของ GMC ในกลุ่มรถบรรทุกขนาดกลางตีประช […]

Read More
รถยนต์ BMW M

รถยนต์ BMW M ที่ทรงพลังที่สุดที่คุณสามารถซื้อได้

แม้ว่าโลโก้แผนก M จะประดับประดาเหมือนรถ BMW ทุกรุ่นในโล […]

Read More