Mercedes-Benz A-Class 2023 เฟซลิฟต์เผยในยุโรป

Mercedes-Benz A-Class 2023 โฉมเฟซลิฟต์ถูกเผยโฉมอย่างเป็นทางการครั้งแรกในยุโรป

พร้อมส่งตัวแรงตระกูล Mercedes-AMG ทั้งรุ่น A 35 4MATIC ขุมพลัง 306 แรงม้า และ A 45 S 4MATIC+ แรงจัดด้วยขุมพลัง 421 แรงม้า

Mercedes-Benz A-Class โฉมเฟซลิฟต์รุ่นปี 2023 ใหม่ ถูกเปิดตัวพร้อมกันทั้งตัวถังแบบ Saloon และ Hatchback โดยมีการปรับรูปลักษณ์ภายนอกเพิ่มความสดใหม่มากยิ่งขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นการใช้กระจังหน้าแบบ Star Pattern ที่ประกอบไปด้วยสัญลักษณ์ดาวสามแฉกจำนวนมาก รับกับไฟหน้าแบบ LED ที่วางจำหน่ายเป็นออปชันเสริม พร้อมไฟท้ายแบบ LED
เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ขณะที่ล้ออัลลอยมีให้เลือกขนาดใหญ่สุด 19 นิ้ว พร้อมตัวถังที่สามารถเลือกได้ทั้งสี Non-metallic, สี Metallic และสีพิเศษแบบ MANUFAKTUR ได้

ภายในห้องโดยสารติดตั้งหน้าจอคู่ที่ประกอบด้วยจอขนาด 7 นิ้ว และ 10.25 นิ้วเป็นมาตรฐาน

โดยลูกค้าสามารถเลือกออปชันเสริมเป็นหน้าจอขนาด 10.25 นิ้วทั้งสองจอ มาพร้อมช่องแอร์ทั้ง 5 ช่องที่ถูกตกแต่งให้มีลักษณะคล้ายกับเครื่องยนต์ไอพ่นของเครื่องบิน
พร้อมพวงมาลัยหุ้มหนัง Nappa ที่ออกแบบให้มีก้านแบบสองชั้นบริเวณ 3 นาฬิกา และ 9 นาฬิกา ขณะที่เบาะนั่งสามารถเลือกได้ทั้งวัสดุหนังเทียม ARTICO
ไปจนถึงวัสดุหนัง ARTICO สลับไมโครไฟเบอร์ MICROCUT ได้

ระบบปฏิบัติการ MBUX ยังมีการปรับปรุงการทำงานของระบบเชื่อมต่อ Telemetics พร้อมทั้งการเพิ่มเซ็นเซอร์อ่านลายนิ้วมือเพื่อระบุตัวตนของผู้ขับขี่ในการตั้งค่าโปรไฟล์ได้
รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto ได้แบบไร้สาย อีกทั้งยังมีการปรับปรุงระบบสั่งงานด้วยเสียงที่สามารถสั่งงานบางฟังก์ชันโดยไม่จำเป็นต้องพูดว่า “Hey Mercedes” อีกต่อไป

ด้านขุมพลังของ Mercedes-Benz A-Class โฉมเฟซลิฟต์ในตลาดยุโรปมีให้เลือกอย่างหลากหลายทั้งเครื่องยนต์เบนซิน, ดีเซล และปลั๊กอินไฮบริด เริ่มต้นที่รุ่น A 250 e
ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน Plug-in Hybrid ขนาด 1.3 ลิตร สามารถขับขี่ในโหมดไฟฟ้าได้ไกลสุดราว 82 กิโลเมตร ตามด้วยรุ่น A 180 และ A200 ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบขนาด 1.3 ลิตร
ให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า และ 163 แรงม้าตามลำดับ

หรือลูกค้าสามารถขยับเพิ่มความแรงขึ้นอีกนิดด้วยรุ่น A 220 4MATIC และ A 250 4MATIC ที่มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า และ 224 แรงม้าตามลำดับ

ทางฝั่งเครื่องยนต์ดีเซลมีให้เลือกทั้งรหัส A 180 d, A 200 d และ A 220 d

โดยทั้งหมดถูกติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร (1,950 ซีซี) ให้กำลังสูงสุด 116 แรงม้า, 150 แรงม้า และ 190 แรงม้าตามลำดับ และมีแรงบิดสูงสุดตั้งแต่ 280 นิวตัน-เมตร ไปจนถึง 400 นิวตัน-เมตร

ส่วนตัวแรงอย่าง Mercedes-AMG มีให้เลือกทั้งรหัส A 35 4MATIC ที่มีทั้งตัวถังแบบ Saloon และ Hatchback ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 306 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร พร้อมมอเตอร์ไมลด์ไฮบริด (RSG) 48 โวลต์ ส่งกำลังด้วยเกียร์ AMG SPEEDSHIFT DCT 8 สปีด สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลา 4.8 วินาที และรหัส A 45 S 4MATIC+ เฉพาะตัวถังแบบ Hatchback ที่รีดกำลังสูงสุดเพิ่มเป็น 421 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตัน-เมตร ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เหลือเพียง 3.9 วินาทีเท่านั้น

ขณะเดียวกัน Mercedes-AMG A 45 S 4MATIC+ ยังสามารถเลือกตกแต่งด้วยแพ็กเกจ AMG Street Style Edition ที่มาพร้อมตัวถังสีเทา Mountain Grey Magno ตกแต่งด้วยสีส้ม พร้อมชุดแต่ง Aerodynamics Package ล้อสีดำด้านขนาด 19 นิ้ว และคาลิเปอร์เบรกสีแดงเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ขณะที่ห้องโดยสารถูกติดตั้งเบาะนั่ง AMG Performance หุ้มวัสดุไมโครไฟเบอร์ MICROCUT ตกแต่งด้วยตะเข็บสีส้ม รวมถึงพวงมาลัย AMG Performance หุ้มหนังสลับ MICROCUT ตกแต่งด้วยตะเข็บสีส้มเช่นเดียวกัน

ปัจจุบันยังไม่มีกำหนดการเปิดตัวโฉมเฟซลิฟต์ในประเทศไทยขณะนี้

เงินเดือนเท่าไหร่ ถึงจะซื้อ รถยนต์คันแรก ได้?

มนุษย์เงินเดือนทั้งหลายควรมีรายได้เท่าไหร่ จึงจะเพียงพอ […]

Read More

ผ่อนรถไม่ไหว ทำยังไง ให้ไม่ถูกยึดรถและติดแบล็กลิสต์

เชื่อว่าหลายคนกำลังประสบปัญหาผ่อนรถไม่ไหว เนื่องจากสภาพ […]

Read More

รีวิวการลองขับ BYD ATTO 3 ให้รู้กันว่ามันดีแค่ไหน ยังไง

รีวิวลองขับ BYD ATTO 3 ใหม่ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% จาก […]

Read More