All-new Volkswagen AMAROK 2023 เปิดตัวทางการที่ยุโรป

All-new Volkswagen AMAROK 2023 ใหม่ ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วที่ยุโรป

มีชุมพลังให้เลือกตั้งแต่ดีเซล 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ไปจนถึงดีเซล V6 ขนาด 3.0 ลิตร กำลังสูงสุด 250 แรงม้า พ่วงเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด

All-new Volkswagen AMAROK เจเนอเรชันที่ 2 ใหม่ ถูกพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานเดียวกับ Ford Ranger โฉมปัจจุบัน โดยมีเส้นสายด้านข้างที่เหมือนกันแทบทั้งหมด แต่ปรับเปลี่ยนดีไซน์ด้านหน้าและด้านท้ายให้มีเอกลักษณ์ของโฟล์กสวาเกนเข้าไป ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้าแบบ Matrix LED เรียกว่า IQ.LIGHT ดีไซน์เรียวยาวที่เชื่อมเข้ากับกระจังหน้า และไฟท้ายแบบ LED ที่ออกแบบให้เป็นรูปตัว C ดูโฉบเฉี่ยวแปลกตากว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน ขณะที่ประตูกระบะท้ายถูกประดับด้วยสัญลักษณ์ AMAROK พร้อมโลโก้ VW ขนาดใหญ่

ตัวถังของ Volkswagen AMAROK มีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ ดับเบิลแค็บ 4 ประตู และซิงเกิลแค็บ 2 ประตู โดยไม่มีตัวถังแบบตอนครึ่งให้เลือก โดยหากเทียบกับรุ่นก่อนหน้าจะมีความยาวฐานล้อเพิ่มขึ้น 173 มิลลิเมตร เป็นทั้งสิ้น 3,270 มิลลิเมตร ช่วยเพิ่มพื้นที่โดยสารตอนหลังให้มากยิ่งขึ้น ทั้งยังเพิ่มขีดความสามารถในการลุยน้ำจาก 500 มิลลิเมตร เป็น 800 มิลลิเมตร เพื่อรองรับการขับขี่ได้สมบุกสมบัน ควบคู่ไปกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4-Motion เอกลักษณ์ของโฟล์กสวาเกน

ด้านขุมพลังของ Volkswagen AMAROK มีให้เลือกตั้งแต่เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 150 แรงม้า (PS) สำหรับวางจำหน่ายในตลาดแอฟริกา

ขณะที่ภูมิภาคอื่นจะถูกรีดกำลังเพิ่มขึ้นเป็น 170 แรงม้า (PS) รวมถึงสามารถเลือกขยับเป็นเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบคู่ที่เพิ่มกำลังสูงสุดขึ้นเป็น 209 แรงม้า พ่วงด้วยเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด

ส่วนเครื่องยนต์อีกหนึ่งรุ่นที่หลายคนเฝ้ารอนั่นก็คือ เครื่องยนต์ดีเซล V6 ขนาด 3.0 ลิตร กำลังสูงสุด 241 แรงม้า หรือ 250 แรงม้า (ขึ้นอยู่กับตลาดแต่ละประเทศ) รวมถึงมีเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 2.3 ลิตร EcoBoost กำลังสูงสุด 302 แรงม้าจากฟอร์ดเป็นอีกหนึ่งทางเลือกด้วย

เนื่องจาก Volkswagen AMAROK ถูกพัฒนาขึ้นบนพื้นฐานเดียวกับ RANGER จึงไม่น่าแปลกใจที่ห้องโดยสารของกระบะรุ่นนี้จะมาพร้อมหน้าจออินโฟเทนเมนท์แบบสัมผัสขนาด 12 นิ้ว วางตัวในแนวตั้งเช่นเดียวกัน โดยหน้าจอที่ว่านี้จะอยู่ในรุ่นกลางไปจนถึงรุ่นท็อปสุดเท่านั้น เสรมด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูงอีกกว่า 20 รายการ ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติและระบบอ่านป้ายจราจรที่มีให้เป็นครั้งแรกใน AMAROK

ภายในห้องโดยสารของ AMAROK ยังมีอุปกรณ์มาตรฐานอีกมากมายไม่แพ้รถยนต์นั่ง เช่น เบาะนั่งปรับไฟฟ้าคู่หน้า, หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบดิจิทัล, ระบบเบรกมือไฟฟ้า, ช่องจ่ายไฟ USB-C, ระบบเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto และ ระบบเสียง Harman Kardon เป็นต้น

อย่างไรก็ดี Volkswagen AMAROK จะถูกเน้นทำตลาดในทวีปยุโรปและแอฟริกาเท่านั้น จึงแทบไม่มีโอกาสทำตลาดอย่างเป็นทางการในประเทศไทย แต่ถึงกระนั้นบ้านเราก็ยังมี Ford Ranger ซึ่งถือว่าเป็นพี่น้องกับ AMAROK ก็ว่าได้

VOLT City EV ยอดจอง ทะลุ 1,000 คัน ในวันเดียว

VOLT City EV รถยนต์ไฟฟ้า 100% ราคา 3 แสนกว่าบาท ประกาศค […]

Read More

All-new MG7 2023 ใหม่ คาดเปิดตัวในจีน 2565 นี้

เผยทีเซอร์ All-new MG7 2023 ใหม่ รถซีดานหรูระดับแฟลกชิป […]

Read More

Nissan Almera Sportech-X 2022 รุ่นพิเศษ 300 คัน

Nissan Almera Sportech-X 2022 ใหม่ รุ่นพิเศษพร้อมชุดแต่ […]

Read More