All-new Mercedes-Benz GLC 2023 เปิดตัวครั้งแรกของโลก

All-new Mercedes-Benz GLC 2023 ใหม่ ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในโลก พร้อมขุมพลัง Mild-hybrid เป็นมาตรฐานตั้งแต่ตัวเริ่มต้น

ขณะที่รุ่น Plug-in Hybrid เพิ่มระยะทางขับขี่ด้วยไฟฟ้าไกลกว่า 100 กม. เมื่อชาร์จไฟจนเต็ม

Mercedes-Benz GLC 2023 ใหม่ ถูกพัฒนาต่อเนื่องมาเป็นเจเนอเรชันที่ 2 แล้ว ใช้รหัสตัวถังว่า X254 โดยเมอร์เซเดส-เบนซ์ระบุว่า GLC เป็นโมเดลขายดีที่สุดในช่วงระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา
ซึ่งการปรับโฉมครั้งนี้ได้มีการพัฒนาขึ้นใหม่ทั้งหมดทุกกระเบียดนิ้ว ทั้งตัวถังที่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราควบคู่ไปกับความสปอร์ต มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานเพียง 0.29 เทียบกับ 0.31 ในรุ่นก่อนหน้า
และไฟหน้าที่ถูกออกแบบให้มีติ่งเชื่อมต่อเข้ากับกระจังหน้า โดยลูกค้าสามารถเลือกออปชันเสริมเป็นไฟหน้าแบบ DIGITAL LIGHT ที่สามารถฉายภาพสัญลักษณ์เตือนต่างๆ ลงบนพื้นถนนได้

ขณะที่ช่วงล่างของ GLC 2023 ใหม่ ถูกพัฒนาให้เป็นแบบ Four-link ที่ด้านหน้า และมัลติลิงก์เชื่อมเข้ากับซับเฟรมที่ด้านหลัง เน้นประสิทธิภาพการควบคุมที่เฉียบคม
อีกทั้งยังสามารถเลือกติดตั้ง Engineering package ที่มาพร้อมช่วงล่างถุงลมไฟฟ้า AIRMATIC และระบบเลี้ยวล้อหลัง Rear-axle steering ซึ่งทำมุมเลี้ยวได้สูงสุด 4.5 องศา
(เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่น Plug-in Hybrid) หรือจะเน้นความสมบุกสมบันด้วย Offroad Engineering package ที่เพิ่มความสูงจากพื้นถนนขึ้นอีก 20 มม. เสริมด้วยแผ่นกันกระแทกใต้ท้องเครื่องด้านหน้าได้

ภายในห้องโดยสารของ Mercedes-Benz GLC ใหม่ โดดเด่นด้วยหน้าจอแนวตั้งขนาด 11.9 นิ้ว ที่ออกแบบให้ยกตัวขึ้นจากแผงคอนโซล พร้อมกับหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ความละเอียดสูงขนาด 12.3 นิ้ว
ทำงานควบคู่กับระบบอินโฟเทนเมนท์ MBUX เจเนอเรชันล่าสุด ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สมาร์ทโฮมภายในบ้านได้ ทั้งยังเพิ่มเติมด้วยฟังก์ชัน Newsflash ที่สามารถรายงานข่าวสั้นๆ ไม่เกิน 2 นาที
เพื่อให้ผู้โดยสารภายในรถรับทราบเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้น รวมถึงเลือกออปชันเสริมเป็นระบบเสียง Burmester พร้อมลำโพง 15 ตัว ให้กำลังขับสูงสุด 710 วัตต์ได้

นอกจากนี้ GLC ใหม่ ยังมีฟีเจอร์ช่วยเพิ่มความผ่อนคลายภายในห้องโดยสารมากมาย

เช่น ระบบ ENERGIZING AIR CONTROL, ระบบ AIR-BALANCE, ระบบป้องกันการโจรกรรม GUARD 360°, ไฟตกแต่งสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร และหลังคาพาโนรามิกซันรูฟที่ออกแบบคานกลางให้มีขนาดบางลงเพื่อเพิ่มความโปร่งโล่งมากยิ่งขึ้น เป็นต้น

ด้านขุมพลังของ All-new Mercedes-Benz GLC มีให้เลือกอย่างหลากหลายทั้งเบนซินและดีเซล โดยแต่ละรุ่นจะถูกติดตั้งระบบ Mild-hybrid ที่ทำงานคู่กับระบบ ISG (Integrated starter-generator) เจเนอเรชันที่ 2 หรือจะเลือกเป็นเครื่องยนต์ Plug-in Hybrid ที่มีทั้งเบนซินและดีเซลเช่นกัน โดยทั้งคู่ถูกเสริมการทำงานด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 100 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 440 นิวตัน-เมตร สามารถทำความเร็วสูงสุดในโหมดไฟฟ้าได้ 140 กม./ชม. และให้ระยะทางขับขี่ในโหมดไฟฟ้าได้ประมาณ 104 – 120 กิโลเมตรในรุ่นเบนซิน และ 102 – 117 กิโลเมตรในรุ่นดีเซล (ตามมาตรฐานการทดสอบ WLTP)

นอกจากนี้ Mercedes-Benz GLC ใหม่ทุกรุ่นจะถูกติดตั้งระบบส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4MATIC เป็นมาตรฐาน

ส่วนกำหนดการเปิดตัว Mercedes-Benz GLC ใหม่ในประเทศไทยจะถูกประกาศอีกครั้ง

VOLT City EV ยอดจอง ทะลุ 1,000 คัน ในวันเดียว

VOLT City EV รถยนต์ไฟฟ้า 100% ราคา 3 แสนกว่าบาท ประกาศค […]

Read More

All-new MG7 2023 ใหม่ คาดเปิดตัวในจีน 2565 นี้

เผยทีเซอร์ All-new MG7 2023 ใหม่ รถซีดานหรูระดับแฟลกชิป […]

Read More

Nissan Almera Sportech-X 2022 รุ่นพิเศษ 300 คัน

Nissan Almera Sportech-X 2022 ใหม่ รุ่นพิเศษพร้อมชุดแต่ […]

Read More