All-new Honda Accord เผยโฉมแล้วที่สหรัฐ

All-new Honda Accord 2023 เจเนอเรชันที่ 11 ใหม่ ถูกเผยโฉมอย่างเป็นทางการแล้วที่สหรัฐอเมริกา

มีให้เลือกทั้งขุมพลังเบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร และไฮบริด 2.0 ลิตร ปรับดีไซน์ภายนอกหรูเฉียบยิ่งกว่าเดิม

ภายหลังจากที่มีการทยอยปล่อยทีเซอร์ออกมาก่อนหน้านี้ ล่าสุด Honda Accord 2023 เจเนอเรชันที่ 11 ใหม่ ก็ถูกเปิดตัวเป็นที่เรียบร้อยในสหรัฐอเมริกา ชูจุดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกที่ถูกออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมด
ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังไฮบริดเจเนอเรชันที่ 4 ที่ปรับปรุงให้มีพละกำลังมากยิ่งขึ้น รวมถึงเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตร ที่ปรับปรุงให้มีการตอบสนองดีขึ้นกว่าเดิม ทั้งยังมาพร้อมระบบ Google built-in
เป็นครั้งแรกในรถฮอนด้า เพื่อให้สามารถใช้บริการต่างๆ ของกูเกิลได้อย่างเต็มรูปแบบ (มีเฉพาะรุ่น Touring เท่านั้น)

ดีไซน์ภายนอกของ ฮอนด้า แอคคอร์ด 2023 ใหม่ ถูกออกแบบเน้นความเรียบหรูขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ด้วยไฟหน้าแบบ LED ดีไซน์รมดำรูปทรงเรียวยาว เชื่อมเข้ากับกระจังหน้าดีไซน์หกเหลี่ยม
ขณะที่ฝากระโปรงหน้าถูกออกแบบให้มีความยื่นยาวเพื่อให้ตัวรถดูหรูหรามากยิ่งขึ้น ขณะที่แนวหลังคาถูกออกแบบให้มีความลาดเทสไตล์รถฟาสต์แบ็ก ช่วยเพิ่มบุคลิกให้ดูสปอร์ตมากยิ่งขึ้น
พร้อมไฟหน้าแบบ LED ที่ออกแบบพาดยาวตลอดความกว้างของตัวรถ ซึ่งถือเป็นดีไซน์ที่ค่อนข้างแปลกตาทีเดียวสำหรับแบรนด์ฮอนด้า

นอกจากนี้ ตัวถังของ Accord ใหม่ ยังมีความยาวเพิ่มขึ้นจากเดิม 2.8 นิ้ว (ประมาณ 71 มิลลิเมตร)

และเพิ่มระยะห่างระหว่างล้อคู่หลังขึ้นอีก 0.4 นิ้ว (ประมาณ 10 มิลลิเมตร) ช่วยให้ตัวรถดูมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น มีล้ออัลลอยให้เลือกทั้งขนาด 17 นิ้ว ในรุ่น LX, EX และ EX-L หรือเพิ่มขนาดเป็น 19 นิ้ว
ในรุ่น Sport, Sport-L และรุ่นท็อปสุดที่เรียกว่า Touring

ภายในห้องโดยสารถูกตกแต่งด้วยวัสดุที่เน้นความพรีเมียมยิ่งขึ้นเช่นกัน ทั้งยังใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น การขยับหัวเกียร์เข้าหาผู้โดยสารขึ้นอีก 5 องศา ช่วยให้มีพื้นที่สำหรับวางแก้วน้ำขนาดใหญ่บริเวณข้างคันเกียร์ได้ ทั้งยังมีการตกแต่งแผงคอนโซลหน้าด้วยลวดลายตะแกรงคล้ายกับที่พบใน Civic / HR-V ช่วยให้ช่องแอร์แต่ละช่องดูกลมกลืนมากยิ่งขึ้น ติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐาน เช่น หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 10.2 นิ้ว, เบาะนั่งผู้ขับขี่ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง, หลังคามูนรูฟ, ระบบอุ่นเบาะคู่หน้า, ระบบปรับอากาศแบบแยกอุณหภูมิอิสระซ้าย-ขวา, พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนัง เป็นต้น

ฮอนด้ายังได้ชูจุดเด่นด้วยหน้าจออินโฟเทนเมนท์ขนาดใหญ่ถึง 12.3 นิ้ว ซึ่งถือเป็นหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่สุดเท่าที่ฮอนด้าเคยติดตั้งมา รองรับการเชื่อมต่อ Wireless Apple Carplay และ
Android Auto พร้อมด้วยปุ่มควบคุมระดับเสียงแยกต่างหากเพื่อการใช้งานที่ง่ายขึ้น อีกทั้งยังออกแบบให้มีแถบวางนิ้วมือขนาด 1 นิ้ว บริเวณส่วนล่างของหน้าจอ
ทำให้การสั่งงานสะดวกมากขึ้นแม้ว่ารถกำลังเคลื่อนที่อยู่ก็ตาม

Honda Accord รุ่น Touring ซึ่งเป็นรุ่นท็อปสุด ยังเพิ่มเติมด้วยระบบ Google built-in เพื่อการใช้งานแอปพลิเคชันต่างๆ ของกูเกิลได้อย่างไร้รอยต่อ

ไม่ว่าจะเป็นระบบ Google Assistant, Google Maps และยังสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันต่างๆ ผ่าน Google Play ได้ ทั้งยังมาพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า (Head-up display) ขนาด 6 นิ้ว และระบบเสียง Bose ลำโพง 12 ตำแหน่ง ที่มีเทคโนโลยี Bose Centerpoint และระบบประมวลสัญญาณดิจิทัล Bose SurroundStage เพื่อคุณภาพเสียงที่สมบูรณ์แบบไม่ว่าจะอยู่ตำแหน่งใดของห้องโดยสารก็ตาม

ด้านขุมพลังของ All-new Honda Accord 2023 ในสหรัฐอเมริกา มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 192 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 260 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT และเครื่องยนต์ไฮบริดที่ทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน Atkinson-cycle ขนาด 2.0 ลิตร และมอเตอร์ไฟฟ้าจำนวน 2 ตัว ให้กำลังรวมสูงสุด 204 แรงม้า (HP) แรงบิดสูงสุด 335 นิวตัน-เมตร มีโหมดการขับขี่ให้เลือก 4 โหมด คือ ECON / Normal / Sport และ Individual

ส่วนราคาจำหน่ายของ All-new Honda Accord เจเนอเรชันที่ 11 ในสหรัฐอเมริกาจะถูกประกาศอีกครั้ง ส่วนกำหนดการวางจำหน่ายในประเทศไทยคงต้องรอกันอีกยาว เนื่องจากโฉมปัจจุบันในบ้านเราเพิ่งเปิดตัวเมื่อปี 2019 นี้เอง

เงินเดือนเท่าไหร่ ถึงจะซื้อ รถยนต์คันแรก ได้?

มนุษย์เงินเดือนทั้งหลายควรมีรายได้เท่าไหร่ จึงจะเพียงพอ […]

Read More

ผ่อนรถไม่ไหว ทำยังไง ให้ไม่ถูกยึดรถและติดแบล็กลิสต์

เชื่อว่าหลายคนกำลังประสบปัญหาผ่อนรถไม่ไหว เนื่องจากสภาพ […]

Read More

รีวิวการลองขับ BYD ATTO 3 ให้รู้กันว่ามันดีแค่ไหน ยังไง

รีวิวลองขับ BYD ATTO 3 ใหม่ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% จาก […]

Read More