เล็บขบ หายเองได้ไหม จะรักษาอย่างไร ?

เล็บขบ หายเองได้ไหม จะรักษาอย่างไร ?

เล็บขบ เป็นภาวะที่เล็บงอกเข้าไปในเนื้อบริเวณข้างเล็บ ทำให้เกิดอาการปวด บวม แดง และอักเสบได้ เล็บขบมักเกิดกับเล็บเท้า โดยเฉพาะนิ้วโป้งเท้า แต่ก็สามารถเกิดกับเล็บมือได้เช่นกัน

เล็บขบ หายเองได้ไหม จะรักษาอย่างไร ?

สาเหตุของเล็บขบ

มีหลายปัจจัยที่สามารถทำให้เกิดได้ เช่น

  • การตัดเล็บสั้นเกินไป
  • การตัดเล็บไม่ตรง
  • การสวมรองเท้าที่คับเกินไป
  • การมีเล็บที่หนาและแข็ง
  • การมีนิ้วเท้าที่ผิดรูป
  • โรคบางชนิด เช่น โรคเบาหวาน โรคอ้วน และโรคผิวหนังบางชนิด

อาการ ก่อนเริ่มเป็นเล็บขบ

เล็บขบ(Ingrown toenails)เป็นภาวะที่เล็บงอกเข้าไปในเนื้อบริเวณข้างเล็บ ทำให้เกิดอาการปวด บวม แดง และอักเสบได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องอาจนำไปสู่การติดเชื้อได้

อาการก่อนเริ่มเป็นเล็บขบมีดังนี้

  •  เล็บมีลักษณะผิดปกติ เช่น เล็บหนา แข็ง หรือโค้งงอ
  • เล็บจิกเข้าไปในเนื้อบริเวณข้างเล็บ
  • รู้สึกเจ็บหรือไม่สบายบริเวณข้างเล็บ
  • บริเวณข้างเล็บมีอาการบวม แดง และอักเสบ

การรักษาเล็บขบ

การรักษาเล็บขบขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ ในกรณีที่เล็บขบไม่รุนแรง อาจสามารถรักษาได้ด้วยตนเองที่บ้าน โดยทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  • แช่เท้าหรือมือในน้ำอุ่นผสมเกลือประมาณ 15-20 นาที วันละ 2-3 ครั้ง
  • ใช้สำลีหรือผ้าพันแผลสะอาดซับบริเวณที่ขบให้แห้ง
  • ทายาปฏิชีวนะหรือครีมฆ่าเชื้อบริเวณที่เล็บ
  • พันแผลบริเวณที่เล็บขบด้วยผ้าพันแผลสะอาด
  • สวมรองเท้าที่สบายและไม่คับเกินไป

หากอาการไม่ดีขึ้นภายใน 2-3 วัน หรือมีอาการรุนแรง เช่น มีหนองไหลออกมาจากบริเวณที่เล็บ ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษา

ภาวะแทรกซ้อนของเล็บขบ

เล็บขบเป็นภาวะที่เล็บงอกเข้าไปในเนื้อบริเวณข้างเล็บ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวด บวม แดง และอักเสบได้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ได้ ดังนี้

1.การติดเชื้อ ที่ไม่สะอาดหรือมีการบาดเจ็บ อาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวด บวม แดง และอักเสบมากขึ้น และอาจลุกลามไปยังบริเวณอื่นๆ ได้

2.เนื้อตาย  หากรุนแรงมาก อาจทำให้เกิดเนื้อตายบริเวณที่ขบได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวดอย่างรุนแรง และอาจจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อเอาเนื้อตายออก

3.กระดูกอักเสบ หากเรื้อรัง อาจทำให้เกิดการอักเสบของกระดูกบริเวณที่ขบได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการปวดอย่างรุนแรง และอาจจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อรักษา

4.การสูญเสียเล็บ ในบางกรณี ที่รุนแรงมากอาจทำให้เกิดการสูญเสียเล็บได้ ซึ่งอาจส่งผลต่อความสวยงามและการใช้งานของนิ้วมือหรือเท้า

หากคุณมีอาการเล็บขบ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างเหมาะสม เพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ

สมุนไพรรักษา เล็บขบ

การรักษาสามารถทำได้หลายวิธี ทั้งการรักษาด้วยตนเองและการรักษาโดยแพทย์ ซึ่งวิธีการรักษาจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ โดยทั่วไปแล้วการรักษาด้วยตนเองสามารถทำได้โดยการแช่เท้าในน้ำอุ่น ผสมเกลือ หรือน้ำยาฆ่าเชื้อวันละ 2-3 ครั้ง และใช้สำลีหรือผ้าพันแผลปิดบริเวณที่เป็นเป็นเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

หากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีอาการรุนแรง เช่น มีหนองหรือเลือดออก ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษา โดยแพทย์อาจทำการตัดเล็บที่ขบออก หรืออาจใช้เทคนิคอื่นๆ เช่น การจี้เล็บด้วยไฟฟ้า หรือการผ่าตัดเพื่อแก้ไขเล็บที่ผิดปกติ

นอกจากการรักษาด้วยวิธีดังกล่าวแล้ว ยังมีสมุนไพรหลายชนิดที่สามารถนำมาใช้รักษาเล็บขบได้ด้วย ซึ่งสมุนไพรเหล่านี้มีสรรพคุณในการช่วยลดอาการปวด บวม แดง และอักเสบได้ โดยสมุนไพรที่นิยมนำมาใช้รักษาเล็บขบ ได้แก่

1.ว่านหางจระเข้ ว่านหางจระเข้มีสรรพคุณในการช่วยลดอาการปวด บวม แดง และอักเสบได้ โดยสามารถนำว่านหางจระเข้มาปอกเปลือกแล้วนำเนื้อมาทาบริเวณที่เป็นเล็บขบได้โดยตรง หรือจะนำว่านหางจระเข้มาปั่นแล้วนำน้ำมาแช่เท้าก็ได้

2.ขมิ้นชัน ขมิ้นชันมีสรรพคุณในการช่วยลดอาการปวด บวม แดง และอักเสบได้ โดยสามารถนำขมิ้นชันมาตำแล้วนำมาพอกบริเวณที่เป็นเล็บขบได้โดยตรง หรือจะนำขมิ้นชันมาผสมกับน้ำแล้วนำมาแช่เท้าก็ได้

3.ตะไคร้ ตะไคร้มีสรรพคุณในการช่วยลดอาการปวด บวม แดง และอักเสบได้ โดยสามารถนำตะไคร้มาตำแล้วนำมาพอกบริเวณที่เป็นเล็บขบได้โดยตรง หรือจะนำตะไคร้มาต้มกับน้ำแล้วนำน้ำมาแช่เท้าก็ได้

4.ใบพลู ใบพลูมีสรรพคุณในการช่วยลดอาการปวด บวม แดง และอักเสบได้ โดยสามารถนำใบพลูมาตำแล้วนำมาพอกบริเวณที่เป็นเล็บขบได้โดยตรง หรือจะนำใบพลูมาต้มกับน้ำแล้วนำน้ำมาแช่เท้าก็ได้

5.มะขามป้อม มะขามป้อมมีสรรพคุณในการช่วยลดอาการปวด บวม แดง และอักเสบได้ โดยสามารถนำมะขามป้อมมาตำแล้วนำมาพอกบริเวณที่เป็นเล็บขบได้โดยตรง หรือจะนำมะขามป้อมมาต้มกับน้ำแล้วนำน้ำมาแช่เท้าก็ได้

บทสุป

สมุนไพรเหล่านี้สามารถหาได้ง่ายตามท้องตลาด และสามารถนำมาใช้รักษาเล็บขบได้อย่างปลอดภัย โดยทั่วไปแล้วการใช้สมุนไพรจะไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงใดๆ แต่หากมีอาการแพ้หรือระคายเคือง ควรหยุดใช้และปรึกษาแพทย์ การรักษาเล็บขบด้วยสมุนไพรอาจใช้เวลาในการรักษาที่นานกว่าการรักษาด้วยวิธีอื่นๆ แต่ก็เป็นวิธีการรักษาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในกรณีที่เล็บขบมีอาการไม่รุนแรงมากนัก

ขอบคุณแหล่งที่มาจาก

  • salehere.co.th 

ขอบคุณแหล่งที่มารูปภาพ

  • www.thairath.co.th 
  • ศูนย์เล็บ.com 
  • salehere.co.th

ติดตามสิ่งที่น่าสนใจอื่นๆ ได้ที่  mydeedees.com

อาการปวดท้อง สาเหตุ และวิธีการรักษา

อาการปวดท้อง เป็นอาการที่พบได้บ่อยในคนทุกเพศทุกวัย อาจเ […]

Read More
ปัญหาฟันผุ สาเหตุ อาการ และการรักษา

ปัญหาฟันผุ สาเหตุ อาการ และการรักษา

ปัญหาฟันผุ เป็นปัญหาสุขภาพช่องปากที่พบบ่อยที่สุดในโลก โ […]

Read More
อาการปวดหลัง สาเหตุ และวิธีการรักษา

อาการปวดหลัง สาเหตุ และวิธีการรักษา

อาการปวดหลัง เป็นอาการที่พบได้บ่อยในคนทุกเพศทุกวัย โดยเ […]

Read More