เลี้ยงปลาคราฟอย่างไรให้เพาะพันธุ์ได้ เคล็ดลับสำหรับมือใหม่

เลี้ยงปลาคราฟอย่างไรให้เพาะพันธุ์ได้ เคล็ดลับสำหรับมือใหม่หัดเลี้ยง

การเพาะพันธุ์ปลาคราฟนั้นอาจเป็นเรื่องที่สนุก แต่ก็ต้องใช้เวลานานในการเลี้ยง โดยเฉพาะการเลี้ยงเพื่อผลกำไร เพราะราคาปลาคราฟก็ค่อนข้างสูงหากเทียบกับปลาเลี้ยงชนิดอื่นๆ ซึ่งสิ่งสำคัญในการเลี้ยงและเพาะพันธุ์เลยคือต้องดูแลบ่อให้สะอาด รวมถึงมีขั้นตอนและวิธีการต่างๆ มากมายในการเลี้ยง ทำให้มือใหม่อาจจะต้องเรียนรู้พื้นฐานของการเพาะพันธุ์ เพื่อให้ปลานั้นอยู่รอดและโตไว เลี้ยงอย่างไรให้เพาะพันธุ์ได้ มาดูเคล็ดลับดีๆ ที่เรามีมาฝากมือใหม่หัดเลี้ยงกัน

 

เลือกปลาคราฟอย่างไรในการเลี้ยง

  1. ก่อนที่เราจะเลี้ยงนั้น ควรรู้จักการเลือกปลาที่จะนำมาเลี้ยงกันก่อน ควรเลือกปลาที่มีอายุอย่างน้อย 3 ปี เพราะปลาคราฟญี่ปุ่นนั้นจะไม่โตเต็มที่จนกว่าจะอายุ 3 ปี เพื่อเพิ่มโอกาสในการผสมพันธุ์และผลิตลูกหลานที่มีคุณภาพ ซึ่งขนาดของปลาเมื่ออายุ 3 ปีนั้นจะมีความยาวประมาณ 10 นิ้ว หรือราวๆ 25 เซนติเมตร ส่วนราคาปลาคราฟจะขึ้นอยู่กับขนาด สายพันธุ์ และฟาร์มที่เลี้ยง

เลี้ยงปลาคราฟอย่างไรให้เพาะพันธุ์ได้ เคล็ดลับสำหรับมือใหม่

  1. วางปลาตัวผู้และตัวเมียไว้ในบ่อเดียวกัน ในการเพาะพันธุ์เราจะต้องมีปลาตัวเมียอย่างน้อยหนึ่งตัวและตัวผู้หนึ่งตัว เพราะนั่นคือวิธีการทำงานของธรรมชาติ ปลาตัวผู้จะมีลักษณะของตัวที่เรียวยาวกว่า ในขณะที่ตัวเมียจะมีรูปร่างกลมกว่า และครีบของปลาตัวผู้ที่อยู่ใกล้หัวของมันจะมีความชัดเจนมากกว่าเมื่อเทียบกับตัวเมียที่มีครีบกลม และควรนำปลาออกจากบ่อหากไม่ต้องการผสมพันธุ์ สามารถสังเกตได้ง่ายๆ เมื่อมันเริ่มผสมพันธุ์ เนื่องจากตัวผู้จะไล่ตัวเมียไปรอบๆ บ่อ

 

  1. เลือกปลาคราฟญี่ปุ่นที่มีคุณสมบัติอย่างที่เราต้องการ โดยพิจารณาคุณลักษณะที่เราต้องการสำหรับลูกหลานของมัน หากต้องการรูปทรงครีบให้เลือกปลาที่มีลักษณะนั้น หรือหากกำลังมองหาสีที่ต้องการ ให้เลือกพ่อแม่ปลาที่มีสีนั้นๆ อย่าลืมเลือกปลาที่มีอายุที่เหมาะสมด้วย ซึ่งอายุที่เหมาะสมที่สุดที่ปลาจะผสมพันธุ์คือประมาณ 3-6 ปี เนื่องจากเป็นช่วงอายุที่มีแนวโน้มที่จะผสมพันธุ์และแพร่พันธุ์ได้

 

รู้จักสายพันธุ์ของปลา

ปลาคราฟญี่ปุ่นมีมากมายกว่า 100 สายพันธุ์ แต่สายพันธุ์ที่ดีที่สุด สวยงามที่สุด และเป็นที่นิยมในการเลี้ยงนั้นมีอยู่ 8 สายพันธุ์ ดังนี้

  1. โกซันเกะ (Gosanke) คือชื่อเรียกปลา 3 สายพันธุ์ คือ Kohaku, Sanke และ Showa เป็นปลาสามสายพันธุ์ที่มีชื่อเสียงและได้ความนิยมมากที่สุด ผิวสีขาวแวววาว มีสีแดงและดำแต้มอยู่บนตัว มีให้เลือกหลายสีและมีความทนทาน ซึ่งราคาที่แพงที่สุดในโลกนั้นคือพันธุ์ Koharu เพราะถูกประมูลไปเกือบ 60 ล้านบาท

 

  1. ฮิคาริมุจิ (Hikarimuji) เป็นปลาสีเดียวที่มีเกล็ดโลหะและสะท้อนแสง เหมาะที่สุดสำหรับคนที่มองหาปลาสีทึบเพื่อเน้นสีสันของตัวอื่นๆ

 

  1. อุสึริโมโนะ (Utsurimono) เป็นหนึ่งในปลาคราฟที่สง่างามที่สุดที่พบเห็นได้ในปัจจุบัน เนื่องจากมีลวดลายสีที่แปลกตาและสีของลำตัวที่โดดเด่น

 

  1. คาวาริโมโนะ (Kawarimono) มักจะมีสีดำ และลวดลายแตกต่างจากพันธุ์อื่นๆ รวมถึงไม่มีความแวววาว

 

  1. โคโรโม (Koromo) มีเกล็ดสีน้ำเงินอยู่ด้านบนของลวดลายปกติ และมีหลายพันธุ์ ที่พบมากที่สุดนั่นคือ Ai Goromo ที่มีความสง่างามด้วยผิวสีขาวราวกับคริสตัลและมีสีแดงเข้มสลับซ้อนกับสีน้ำเงินเข้มทั่วเกล็ด

 

  1. เบคโกะ (Bekko) พันธุ์ที่เก่าแก่ที่สุดชนิดหนึ่ง มีสีทูโทนและได้รับความนิยมมากที่สุดชนิดหนึ่ง และหาได้ยาก

 

  1. อาซางิ (Asagi) ลวดลายมักจะไม่เป็นสีเดียวกับสมาชิกในครอบครัวส่วนใหญ่ โดยทั่วไปจะแสดงเกล็ดสีน้ำเงินถึงฟ้าอ่อนที่ส่วนบนของร่างกาย

 

  1. ชูซุย (Shusui) พันธุ์ผสมของเยอรมันและญี่ปุ่น หนึ่งในคุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดสำหรับพันธุ์นี้

 

วิธีการเลี้ยง

  1. ปลาคราฟญี่ปุ่นมักจะผสมพันธุ์เมื่ออากาศอบอุ่นและอุณหภูมิของน้ำสูงขึ้น สิ่งสำคัญคือต้องเตรียมบ่อให้พร้อมเพราะปลาคราฟสามารถผลิตไข่ได้มากถึง 1 ล้านฟอง บ่อที่ใช้เลี้ยงควรเป็นบ่อซีเมนต์ที่มีขนาดลึก 3 ฟุต และ 6 ฟุต และกว้างประมาณ 8 ฟุต สำหรับการเลี้ยงปลา 5 ตัว หากมีจำนวนมากกว่านี้ก็ต้องมีบ่อที่ขนาดใหญ่ขึ้น

  1. ใช้ระบบกรองเพื่อให้น้ำสะอาด บ่อน้ำที่สะอาดมีความสำคัญต่อสุขภาพของปลาและการวางไข่ ระบบกรองบ่อสามารถซื้อได้จากร้านขายสัตว์เลี้ยงหรือร้านขายปลาเฉพาะทาง ราคาจะอยู่ที่หลักพันไปจนถึงหลักหมื่น และหากบ่อสกปรกเป็นพิเศษหรือเต็มไปด้วยสาหร่ายหรือตะไคร่น้ำ ต้องทำความสะอาดให้หมด และอย่าลืมตรวจสอบให้แน่ใจว่าน้ำสะอาดและมีอุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการผสมพันธุ์ อุณหภูมิที่เหมาะสมในการผสมพันธุ์อยู่ที่ประมาณ 17-26 องศาเซลเซียส และควรใช้น้ำประปาจะดีที่สุด

 

  1. ใช้กระชอนตาข่ายกำจัดเศษซากขยะต่างๆ หรือปลาอื่นๆ ออกจากบ่อเพื่อป้องกันการวางไข่ และเพื่อกำจัดสิ่งที่อาจเป็นอันตรายต่อปลาของเราได้ หากมีแมวหรือนกเข้าใกล้บ่อปลา ให้คลุมบ่อด้วยตาข่ายขนาดใหญ่พอที่จะคลุมบ่อได้ทั่ว และยึดด้วยหินหนักๆ

 

  1. ตรวจสอบให้แน่ใจด้วยว่าให้อาหารในช่วงเวลาที่ถูกต้อง แนะนำให้อาหารอย่างน้อยวันละ 4 ครั้ง เนื่องจากปลาคราฟญี่ปุ่นต้องใช้พลังงานมากในการผสมพันธุ์ จึงจำเป็นต้องเติมพลังเพื่อที่มันจะได้ผลิตลูกที่มีคุณภาพในเวลาอันรวดเร็ว และควรป้อนอาหารให้มากที่สุดในเวลา 5 นาที อาหารที่แนะนำคือ ขนมปัง ข้าวสาลี รำ ผักกาด ข้าวโพด ล้วนเป็นตัวเลือกอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการต่อปลาทั้งสิ้น นอกจากนี้อย่าลืมเพิ่มปริมาณโปรตีนให้แก่ปลาด้วย เพราะจะช่วยสนับสนุนร่างกายของพวกมันสำหรับการผสมพันธุ์ อาหารเสริมโปรตีนสามารถซื้อได้จากร้านขายสัตว์เลี้ยง

 

  1. ให้ความเป็นส่วนตัวกับปลา เช่นเดียวกับมนุษย์เพราะปลาเองก็ต้องการพื้นที่และความเป็นส่วนตัวในการผสมพันธุ์ ต้องใช้เวลาสักพักกว่าปลาจะผสมพันธุ์กันได้ ดังนั้น อย่าเพิ่งรีบร้อนควรให้เวลาและรออย่างใจเย็น

 

  1. จัดหาสถานที่สำหรับการวางไข่ หากปลาหาที่วางไข่ไม่ได้พวกมันก็จะไม่ได้ผสมพันธุ์กัน แนะนำให้ใช้เสื่อญี่ปุ่นหรือแผ่นกรองโพลีเอสเตอร์วางไว้ในที่ที่เห็นได้ชัดที่ก้นบ่อ วิธีนี้ช่วยให้เราสังเกตเห็นไข่ได้อย่างชัดเจน ซึ่งเมื่อปลาผสมพันธุ์แล้วเราจะเห็นฟองปรากฏขึ้นที่ด้านบนของน้ำ และไข่ของมันจะอยู่บนเสื่อกรอง รวมถึงอาจต้องเตรียมถังแยกสำหรับปลาที่โตเต็มวัย เพราะพวกมันจะกินไข่ได้

 

วิธีการดูแล

  1. หมั่นตรวจสอบบ่อว่ามีฟองอยู่ด้านบนของน้ำหรือไม่ เพราะนี่แสดงว่าการวางไข่ได้รับการปลดปล่อยออกมาแล้ว และการวางไข่จะได้รับการปฏิสนธิทันทีโดยปลาตัวผู้ และไข่จะฟักเป็นตัวหลังจากนั้นประมาณ 4 วัน หากว่าคุณกำลังเพาะพันธุ์ปลาเพื่อขายเอากำไร ให้เอาพ่อแม่พันธุ์ออกจากบ่อทันทีที่สังเกตเห็นไข่หรือฟองอยู่บนน้ำ

 

  1. ให้อาหารเม็ดผงสำหรับลูกปลาหลังจาก 10 วัน โดยบดด้วยเครื่องปั่นหรือตำด้วยสากจนเป็นผงละเอียด และโรยผงให้ทั่วบ่อ และป้อนให้กินให้หมดใน 5 นาที ควรให้อาหารปลา 4 ครั้งต่อวัน และป้อนอาหารเม็ดลูกปลาต่อไปจนกว่าจะครบ 4 สัปดาห์ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาราว 2-3 วันเพื่อให้ลูกปลาคุ้นเคยกับการกินอาหารผง และค่อยๆ เพิ่มขนาดอาหารเมื่อปลาอายุครบ 1 เดือน อาจต้องยังบดให้เป็นผง แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นผงละเอียดอีกต่อไป

 

  1. หากคุณมีบ่อขนาดเล็กและต้องการเพาะพันธุ์ปลาเพื่อผลกำไร จะต้องคัดปลาบางส่วนออก เลือกปลาที่มีขนาดเล็กมาก หรือมีความบกพร่องทางร่างกาย หรือไม่ใช่รูปแบบสีที่ต้องการ แต่ไม่จำเป็นต้องนำปลาไปทิ้ง ให้มอบให้กับคนอื่นๆ นำไปเลี้ยงต่อแทนจะดีกว่า ซึ่งปลาคราฟสามารถคัดได้ทุกเพศทุกวัย แต่ควรรอจนกว่าลวดลายจะออกมาดีที่สุด เพื่อที่เราจะได้เลือกเก็บปลาที่เป็นสีที่เราชื่นชอบ และให้ได้ปลาคราฟราคาดีที่สุด

เป็นอย่างไรบ้างคะสำหรับมือใหม่หัดเลี้ยงปลาคราฟ ?

สำหรับคนที่กำลังสนใจที่จะเลี้ยงปลาคราฟ หรือต้องการเพาะพันธุ์ปลา ก็สามารถนำเอาเคล็ดลับต่างๆ นี้ไปใช้กันได้ เพราะการจะเลี้ยงปลาชนิดนี้ต้องใช้ความดูแลและเอาใจใส่อย่างมาก ยิ่งหากต้องการทำกำไรยิ่งต้องเลี้ยงดูให้ดี เพราะปลาคราฟราคาค่อนข้างสูงตามสายพันธุ์และการเลี้ยงดู แต่ถ้าหากต้องการเลี้ยงไว้ดูเล่น การรู้ถึงวิธีการเลี้ยงที่ถูกวิธี จะช่วยให้ปลาที่เราเลี้ยงมีอายุยืนยาว และออกลูกสวยๆ ให้เราได้เห็นนั่นเอง

ขอบคุณแหล่งที่มา  : shopee.co.th

ติดตามข่าวสารได้ที่ : mydeedees.com

ไขข้อสงสัย…การเลี้ยงแมวดีต่อใจยังไงใครๆยอมเป็นทาส

ไขข้อสงสัย…การเลี้ยงแมวดีต่อใจยังไง ? ทำไมใคร ๆ ก […]

Read More

วิธีตัดเล็บแมว พร้อมวิธีฝึกให้เหมียวนั่งนิ่ง ๆ ไม่ดิ้น

วิธีตัดเล็บแมว พร้อม วิธีตัดเล็บแมว พร้อมเคล็ดลับไขปัญห […]

Read More

วิธีดูแลหมา-แมวให้ปลอดภัยจากพายุ

วิธีดูแลหมา-แมวให้ปลอดภัยจากพายุ ป้องกันสัตว์เลี้ยงเครี […]

Read More