รีวิว Suzuki XL7 เพิ่มความคุ้มค่า เพื่อผู้บริโภค

รีวิว Suzuki XL7 2022 ใหม่ เพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานเน้นความคุ้มค่ายิ่งขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นที่ชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย (Wireless Charger) และกล้องบันทึกภาพหน้ารถ (Digital VDO Recorder) มาให้จากโรงงาน กับราคาจำหน่าย 814,000 บาท จะน่าใช้ขนาดไหนไปติดตามได้ในบทความนี้ครับ
แม้ว่าตลาดรถยนต์เอ็มพีวี 7 ที่นั่ง ราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาทจะมีฐานลูกค้าสำคัญอยู่ในประเทศอินโดนีเซีย แต่ในบ้านเราก็ถือว่าได้รับความนิยมไม่น้อย โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มองหารถยนต์สำหรับครอบครัวขยาย จะเป็นรถคันเดียวก็ได้ หรือรถคันที่สองของบ้านก็ดี ด้วยราคาจำหน่ายที่เข้าถึงได้ง่าย จึงทำให้ปัจจุบันมีการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆ เสริมทางเลือกให้กับตลาดรถประเภทนี้อยู่มากมาย
ทางซูซูกิประเทศไทยเองก็สู้ตาย เดินหน้าปรับออปชันเพิ่มความคุ้มค่าให้กับ “XL7” ใหม่ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้นในปัจจุบัน โดยยังคงมีให้เลือกเพียงรุ่นย่อยเดียวเท่านั้น พร้อมราคาจำหน่ายอยู่ระหว่าง 814,000 – 829,000 บาท ขึ้นอยู่กับสีสันของตัวถังแต่ละแบบ

ภายนอก

รูปลักษณ์ภายนอกของ Suzuki XL7 รุ่นปี 2022 ใหม่ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเลยแม้แต่นิดเดียว โดยยังคงถูกติดตั้งไฟหน้าแบบ LED พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED, ไฟตัดหมอกคู่หน้า, ไฟท้ายแบบ LED Light Guides, กระจกมองข้างปรับและพับด้วยไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยวในตัว, ระบบปัดน้ำฝนแบบปรับตั้งหน่วงเวลาได้, มือจับประตูภายนอกแบบโครเมียม, ราวหลังคา และล้ออัลลอยสีทูโทนขนาด 16 นิ้ว
Suzuki XL7 ถูกพัฒนาให้เป็นรถครอสโอเวอร์รองรับการขับขี่ที่หลากหลายมากกว่ารถเอ็มพีวีทั่วไป จึงมีการออกแบบภายนอกเน้นความสมบุกสมบัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้พลาสติกสีดำตกแต่งบริเวณกันชนหน้า, กันชนท้าย, ชายประตูด้านข้างและซุ้มล้อ พร้อมทั้งมีความสูงจากพื้นถนน 200 มิลลิเมตรใกล้เคียงกับรถเอสยูวี

ภายใน

ภายในห้องโดยสารของ Suzuki XL7 แทบไม่ต่างไปจากเดิมเช่นกัน โดยยังคงจัดวางเบาะนั่งแบบ 3 แถว 7 ที่นั่ง หุ้มด้วยวัสดุผ้าสีเทาดำ โดยเบาะนั่งแถวที่ 2 สามารถปรับพับแบบ 60:40 และเบาะแถวที่ 3 ปรับพับแบบ 50:50 มาพร้อมพวงมาลัยหุ้มหนังรูปทรง D-shaped พร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียงและรับ-วางสายโทรศัพท์ ขณะที่เรือนไมล์เป็นแบบ Analog พร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่ LCD แสดงผลด้วยสี ทั้งยังสามารถแสดงข้อมูล G-force และแรงม้า-แรงบิดของเครื่องยนต์แบบเรียลไทม์ได้อีกด้วย
ส่วนหน้าจออินโฟเทนเมนท์จะยังคงเป็นแบบสัมผัสขนาด 10 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto ได้ โดยนอกจากจะมีระบบเชื่อมต่อ Bluetooth และช่อง USB มาให้แล้ว ยังมีช่อง HDMI สำหรับระบบความบันเทิงอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น TV Stick ให้กลายเป็นสมาร์ททีวีเคลื่อนที่ก็ทำได้ จะดู Netflix หรือ YouTube ก็ทำได้สบายใจเฉิบ
ขณะที่ระบบปรับอากาศของ Suzuki XL7 เป็นแบบอัตโนมัติ พร้อมด้วยช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลังมาให้เหนือเพดานแถวที่ 2 สามารถปรับความแรงลมอย่างอิสระได้ 3 ระดับ ขณะที่ช่องวางแก้วด้านหน้า 2 ตำแหน่งยังมีช่องเป่าลมเย็นเพื่อรักษาความเย็นของเครื่องดื่มได้ โดยแท่นชาร์จแบบไร้สาย (Wireless Charger) ที่เพิ่มขึ้นมาในรุ่นปี 2022 ก็จะถูกติดตั้งไว้ใกล้กับที่วางแก้วนี้เช่นกัน ภายในมีแผ่นกันลื่นเพื่อลดการขยับของสมาร์ทโฟนขณะรถเคลื่อนที่
อีกสิ่งหนึ่งที่เพิ่มขึ้นมานั่นก็คือ กล้องบันทึกภาพหน้ารถ (Digital VDO Recorder) ซึ่งจะถูกติดตั้งมาให้จากโรงงาน ไม่ต้องไปติดร้านข้างนอกให้วุ่นวาย โดยตัวกล้องจะถูกติดแนบอยู่กับกระจกบังลมหน้า และใช้หน้าจออินโฟเทนเมนท์ของตัวรถในการเรียกดูภาพย้อนหลัง หรือแม้กระทั่งจะเปิดดูกล้องขณะรถเคลื่อนที่อยู่ก็ทำได้เช่นกัน โดยฟังก์ชันที่จำเป็นต่างๆ ก็จะเหมือนกล้องติดรถทั่วไปทุกประการ เช่น การบันทึกภาพแบบ Loop ที่จะคอยลบไฟล์แรกสุดออกเพื่อป้องกันเมมโมรี่เต็ม รวมถึงระบบล็อกไฟล์เพื่อป้องกันการถูกลบในกรณีที่มีการชนเกิดขึ้น
ขณะที่อุปกรณ์มาตรฐานอื่นๆ ก็มีให้แบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นระบบกุญแจอัจฉริยะ Keyless Entry ทำงานคู่กับปุ่ม Push Start, ระบบกล้องมองภาพขณะถอยหลังพร้อมเซ็นเซอร์กะระยะด้านท้าย, ระบบเซ็นทรัลล็อกพร้อมปุ่มควบคุมฝั่งผู้ขับขี่ และกระจกไฟฟ้าพร้อมระบบขึ้น-ลงอัตโนมัติฝั่งผู้ขับขี่ เป็นต้น
ส่วนระบบความปลอดภัยของ Suzuki XL7 ประกอบด้วย ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางชัน, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด 7 ที่นั่ง และจุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX เป็นต้น

เครื่องยนต์

Suzuki XL7 ถูกติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร รหัส K15B ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 138 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด และมีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 16.4 กม./ลิตร ตามที่ปรากฏบน ECO Sticker

การขับขี่

เนื่องจาก Suzuki XL7 รุ่นปี 2022 ไม่มีการเปลี่ยนรายละเอียดทางด้านเทคนิคใดๆ ดังนั้นการขับขี่จึงไม่มีความแตกต่างไปจากที่เราเคยทดสอบมาก่อนหน้านี้ ซึ่งอาจพอกล่าวได้ว่าพละกำลังของเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด จึงอยู่ในระดับที่พอใช้งานในชีวิตประจำวัน เหมาะสำหรับการใช้งานในเมืองเป็นหลัก และขับออกต่างจังหวัดเป็นครั้งคราว
ขณะที่ช่วงล่างแบบยกสูงก็ช่วยให้ Suzuki XL7 สามารถขับผ่านเส้นทางที่เป็นลูกรังได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องกังวลว่าพื้นใต้ท้องรถจะครูดไปกับถนน อีกทั้งช่วงล่างที่ถูกเซ็ตมาเพื่อความนุ่มนวลในการขับขี่ ยังทำให้การโดยสารรถคันนี้ออกไปในแนวนุ่มสบายพอสมควรทีเดียว
แต่จุดเด่นสำคัญของรถรุ่นนี้คงหนีไม่พ้นความกว้างขวางของห้องโดยสาร และกระจกหน้าต่างขนาดใหญ่รอบทิศทาง ที่ช่วยให้บรรยากาศดูโปร่งโล่ง ผ่อนคลาย ไม่อึดอัด เหมาะสำหรับการใช้งานในรูปแบบครอบครัว เรียกว่าเป็นรถที่ใช้งานคนเดียวก็ได้ หรือนั่งไปเที่ยวกันทั้งบ้านก็ดี

สรุป

Suzuki XL7 ถือเป็นรถเอ็มพีวีรุ่นเล็กที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดี อุปกรณ์มาตรฐานมีให้อย่างเพียบพร้อม แถมด้วยช่วงล่างแบบยกสูงเหมาะสำหรับการใช้งานในบ้านเรา แม้ว่าจะขาดระบบความปลอดภัยขั้นสูงที่แทบจะกลายเป็นฟังก์ชันพื้นฐานของรถปี 2022 ไปบ้าง แต่นั่นก็แลกมากับราคาจำหน่ายที่เข้าถึงได้ง่ายเพียง 814,000 บาทเท่านั้น เรียกว่ามีราคาต่ำที่สุดแล้วเมื่อเทียบกับคู่แข่งตรงในตลาดขณะนี้

เงินเดือนเท่าไหร่ ถึงจะซื้อ รถยนต์คันแรก ได้?

มนุษย์เงินเดือนทั้งหลายควรมีรายได้เท่าไหร่ จึงจะเพียงพอ […]

Read More

ผ่อนรถไม่ไหว ทำยังไง ให้ไม่ถูกยึดรถและติดแบล็กลิสต์

เชื่อว่าหลายคนกำลังประสบปัญหาผ่อนรถไม่ไหว เนื่องจากสภาพ […]

Read More

รีวิวการลองขับ BYD ATTO 3 ให้รู้กันว่ามันดีแค่ไหน ยังไง

รีวิวลองขับ BYD ATTO 3 ใหม่ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% จาก […]

Read More