รีวิวหนัง “The School for Good and Evil “

รีวิวหนัง “The School for Good and Evil โรงเรียนแห่งความดีและความชั่ว” ได้เวลาเปิดเทอมแล้วจ้า!

รีวิวหนัง "The School for Good and Evil โรงเรียนแห่งความดีและความชั่ว" ได้เวลาเปิดเทอมแล้วจ้า!
มันฟุ้งเฟ้อไปด้วยโลกแห่งเวทมนตร์ มีทั้งฝ่ายดี-ฝ่ายร้าย กวาดต้อนยำรวมโลกแห่งเทพนิยาย กลายออกมาเป็นการก่อตั้งสถาบันอันน่าเหลือเชื่อ ที่ใครชอบดูหนังแนว ๆ แฟนตาซีตระการตาเหนือคำบรรยายจะต้องชอบ “The School for Good and Evil โรงเรียนแห่งความดีและความชั่ว” เรื่องนี้แน่ ๆ เพราะนี่คือการต่อเติมจินตนาการของใครบางคน การต่อสู้ที่เหมือนจะไม่ยิ่งใหญ่ แต่ทรงพลังอยู่ไม่เบาเลย

 

The School for Good and Evil เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านกาวาลดอน สองเพื่อนซี้ที่มีบุคลิกสุดแปลกแยกอย่าง โซฟี และ อกาธา มีมิตรภาพแนบแน่นในแบบที่ไม่น่าเป็นไปได้ โซฟี ช่างเย็บผ้าผมทอง วาดฝันที่จะหนีจากชีวิตที่น่าเบื่อเพื่อไปเป็นเจ้าหญิง ส่วนอกาธาซึ่งเป็นคนมีบุคลิกสวยประหารแถมยังมีแม่ที่ไม่ธรรมดาอาจเติบโตจนกลายมาเป็นแม่มดตัวจริงได้

ในค่ำคืนหนึ่งที่พระจันทร์เป็นสีเลือด กองกำลังอันทรงพลังได้กวาดต้อนพวกเธอไปยังโรงเรียนแห่งความดีและความชั่ว ซึ่งเรื่องราวที่แท้จริงของเทพนิยายสุดยิ่งใหญ่ทุกเรื่องเริ่มต้นที่นี่ แต่มีบางอย่างผิดปกติตั้งแต่เริ่มต้นเลย นั่นก็คือการที่โซฟีถูกพาไปเข้าโรงเรียนแห่งความชั่วที่มี เลดี้เลสโซ ผู้เปี่ยมเสน่ห์และช่างประชดประชันเป็นผู้ดูแล ส่วนอกาธาได้เข้าไปอยู่ในโรงเรียนแห่งความดี ซึ่งมีศาสตราจารย์โดวีย์ ผู้ใจดีและสดใสดูแล การต้องมาร่วมชั้นเรียนกับลูกหลานของแม่มดร้าย, กัปตันฮุก หรือ ลูกชายผู้ห้าวหาญของกษัตริย์อาเธอร์ ก็ว่ายากแล้ว

 

แต่จากคำบอกเล่าของอาจารย์ใหญ่ของโรงเรียน มีเพียงการได้ประทับจูบจากรักแท้เท่านั้นที่จะเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์และส่งเด็กนักเรียนหญิงแต่ละคนไปยังโรงเรียนที่ถูกต้องตรงตามโชคชะตาของแต่ละคนได้ แต่เมื่อบุคคลผู้มืดมิดและอันตราย ซึ่งมีความผูกพันลึกลับบางอย่างกับโซฟีปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งและขู่ว่าจะทำลายโรงเรียนและโลกทั้งใบให้หมด ทางเดียวที่ทุกอย่างจะจบลงอย่างแฮปปี้เอนดิ้งก็คือการเอาชีวิตจริงในเทพนิยายนี้ให้รอดก่อน

หนังเรื่องนี้ดัดแปลงมาจากหนังสือชุดเรื่องดังของ “โซแมน ไชนานี” ที่เรื่องนี้เป็นเพียงเล่มแรกเท่านั้น แต่ถือว่าเป็นการออกสตาร์ทที่น่าพอใจ และดูเหมือนว่าจะมีศักยภาพเพียงพอที่จะกลายเป็นหนังแฟนตาซีชุดใหม่ประดับวงการหนัง แม้ว่าหนังอาจจะยังห่างไกลความเป็น Harry Potter หรือ The Lord of the Rings ค่อนข้างมากก็ตาม แต่หนังก็มีความเป็นตัวของตัวเองน่าค้นหาในตัวเอง

 

เอาจริง ๆ เสน่ห์ของหนังเรื่องนี้มีอยู่หลายองค์ประกอบมาก ไม่ว่าจะเป็นการหยิบประเด็นความดี-ความชั่วจับมาคอนทราสกันในรูปแบบโรงเรียนสอนเวทย์ อีกทั้งยังหยิบเอาความสัมพันธ์ระหว่างมิตรภาพสองขั้วมาผสมโรงกันได้อย่างมีจังหวะ ซ้ำยังมีการโยงเรื่องราวเทพนิยายที่คุ้นเคยมาประดับใส่เป็นอรรถรสและสีสันให้โครงเรื่องได้อย่างเพลิดเพลิน

นี่คือการหันมาหยิบจับสร้างหนังแฟนตาซีฟอร์มใหญ่ครั้งแรกของผู้กำกับ “พอล ฟีก” เขาที่มีประสบการณ์และความสำเร็จจากหนังสายฮามาเป็นส่วนใหญ่ แต่เรื่องนี้เขามารับหน้าหลากหลายหน้าที่อย่างเต็มตัว ทั้งร่วมเขียนบทหนังและอำนวยการสร้างด้วยตัวเอง และนั่นทำให้เราได้เห็นอีกมุมและวิสัยทัศน์ใหม่ ๆ ของเขา ว่าเขาก็สามารถฉีกแนวเดิม ๆ ของตัวเองออกไปได้อีกทางเช่นเดียวกัน

 

แม้ว่า The School for Good and Evil จะเต็มไปด้วยสูตรสำเร็จเดิม ๆ ของหนังแฟนตาซีอะไรทำนองนี้ หนังอาจจะมีความหม่นในแบบ Harry Potter แต่หนังไม่ได้นำเสนอให้รู้สึกทะมึนออกมาเช่นนั้น เพราะหนังก็มีความคอนทราสในตัวเองอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เส้นเรื่องและโครงเรื่องค่อนข้างจะเพ้อฝันและเกินจริง แต่โดยภาพรวมนั้นก็ถือว่ายังประครองให้หนังเพลินได้อยู่

อีกทั้งไฮไลต์ที่ช่วยยกระดับตัวหนังให้ได้มาก ๆ ก็คือทีมนักแสดง ที่น่าแปลกใจไม่น้อยที่หนังเรื่องนี้ได้ดาราเบอร์ใหญ่หลาย ๆ คนตบเท้าเข้าร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็น “ชาร์ลิซ เทอรอน”, “เคอรี่ วอชิงตัน”, “ลอว์เรนซ์ ฟิชเบิร์น” หรือ “มิเชลล์ โหย่ว” ต่างเป็นซุปตาร์ที่มาเพื่อเล่นเบอร์ใหญ่ แต่ยังไม่ได้เกินเบอร์ มอบการแสดงที่ใหญ่กว่าปกติของตัวเองสักหน่อย แต่มันกลายเป็นสีสันของเรื่องไป

รีวิวหนัง "The School for Good and Evil โรงเรียนแห่งความดีและความชั่ว" ได้เวลาเปิดเทอมแล้วจ้า!

และนั่นก็เป็นสิ่งที่ช่วยพยุง 2 นักแสดงสาวดาวรุ่ง “โซเฟีย วายลี่” กับ “โซเฟีย แอนน์ คารุโซ่” ที่พวกเขายังค่อนข้างใหม่กับวงการหนังและหน้าใหม่อยู่ไม่น้อย แต่พวกเธอก็สามารถเปล่งประกายเฉิดฉายในหนังเรื่องนี้ด้วยการจับคู่เข้าขากันในหนังเรื่องนี้ แม้ว่าการแสดงของพวกเธออาจจะไม่ใช่ระดับมาสเตอร์พีช แต่ก็นับว่าเป็นการเบิกทางเข้าสู่วงการได้อย่างน่าพอใจ

The School for Good and Evil อาจจะดูยาวไปสักหน่อย เพราะหนังเรื่องนี้มีความยาวเกือบ 2 ชั่วโมงครึ่ง แต่เนื้อหาไม่ได้เอพิคเทียบเท่ากับหนังแฟนตาซีเวทมนตร์ระดับบ็อกซ์บัสเตอร์เรื่องก่อน ๆ โครงเรื่องยังไม่ค่อยหนักแน่นมาก แต่ก็ถือว่าเป็นวัตถุประสงค์และประเด็นที่ชัดเจนดี แม้ว่าการเล่าเรื่องจะไม่ได้ยืดย้วย ออกจะกระชับจับใจได้พอดีอยู่ และนั่นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคสักเท่าไหร่

 

เอาเป็นว่าโดยภาพรวมแล้วนั้น The School for Good and Evil ถือว่าเป็นการเริ่มต้นปลุกแฟรนไชส์หนังใหม่ได้ค่อนข้างน่าพอใจ อาจจะยังไม่ถึงขั้นสมบูรณ์แบบอะไรเท่าไหร่ แต่ก็ดึงดูดความน่าสนใจได้ดี กลายเป็นหนังโรงเรียนเวทมนตร์วัยรุ่นที่ไม่กิ๊กก๊อก องค์ประกอบงานสร้างและงานศิลป์ค่อนข้างประทับใจ ปูเรื่องเอาไว้ได้ค่อนข้างน่าติดตามต่อไป และมีปริศนาต่าง ๆ ที่น่าค้นหา เอาละ…เทอมใหม่กับหนังพลังเวทย์เรื่องใหม่ได้กำเนิดขึ้นแล้ว

ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง The School for Good and Evil โรงเรียนแห่งความดีและความชั่ว

ประเภท: แฟนตาซี / ผจญภัย
ผู้กำกับ: พอล ฟีก
นำแสดงโดย: โซเฟีย วายลี่, โซเฟีย แอนน์ คารุโซ่, ชาร์ลิซ เธอรอน, เคอรี่ วอชิงตัน
ความยาว: 147 นาที
กำหนดฉายในไทย: 19 ตุลาคม 2022 (ที่ Netflix)
Movie.TrueID METRIC: The School for Good and Evil โรงเรียนแห่งความดีและความชั่ว

ภาพรวม
⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7/10)
การเล่าเรื่อง
⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7/10)
การแสดง
⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7/10)
เทคนิคงานสร้าง
⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7/10)
บทภาพยนตร์
⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6/10)

ขอบคุณแหล่งที่มา : entertainment.trueid.net


ติดตามข่าวสาร ได้ที่  : mydeedees.com

มัดหัวใจยัยซุปตาร์ EP.2 : “กลัฟ” อยู่เฉยไม่ไหว

มัดหัวใจยัยซุปตาร์ EP.2 : “กลัฟ” อยู่เฉยไม่ […]

Read More

ทำความรู้จัก 2 นางเอกสาว “ฟรีน-เบ็คกี้” จากซีรีส์ทฤษฎีสีชมพู

ทำความรู้จัก 2 นางเอกสาว “ฟรีน-เบ็คกี้” จาก […]

Read More

“แม็ค ณัฐพัชร์” เปิดใจกับบทตัวแทนวัยรุ่นวัยค้นหาตัวเอง

“แม็ค ณัฐพัชร์” เปิดใจกับบทตัวแทนวัยรุ่นวัย […]

Read More