รีวิวการลองขับ BYD ATTO 3 ให้รู้กันว่ามันดีแค่ไหน ยังไง

รีวิวลองขับ BYD ATTO 3 ใหม่ รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% จาก Rêver Automotive

ที่กำลังจะถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทยวันที่ 10 ตุลาคมนี้ จะน่าสนใจขนาดไหนไปติดตามกันได้ในบทความนี้ครับ

กระแสความนิยมรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางวิกฤตการขาดแคลนชิ้นส่วนที่จำเป็นต่อการผลิตรถยนต์ ส่งผลให้รถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นในปัจจุบันมีความจำเป็นต้องยุติการรับจองชั่วคราว และเร่งเคลียร์แบ็กออเดอร์ที่มีอยู่กันจ้าละหวั่น นั่นแปลว่าหากมีข่าวการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ ขึ้นมา ก็จะเข้ามาอยู่ในความสนใจของผู้ที่กำลังอยากเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าทันที ไม่เว้นแม้แต่ BYD ATTO 3 ที่เราได้มีโอกาสทดสอบกันในครั้งนี้
ก่อนอื่นต้องเรียนให้คุณผู้อ่านทราบว่าจนถึงตอนนี้ Rêver Automotive เองก็ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของ BYD ATTO 3 เวอร์ชันไทยอย่างเต็มรูปแบบออกมา เพียงแต่สเปกหลายอย่างก็สามารถอ้างอิงกับเวอร์ชันออสเตรเลียที่กำลังเปิดรับจองอยู่ในขณะนี้ได้ ดังนั้นบทความรีวิวชิ้นนี้จะไม่ได้ลงรายละเอียดตัวรถไปมากนัก นอกจากประสบการณ์ของผู้เขียนจากการคลุกคลีอยู่กับตัวรถประมาณ 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น

สเปกระบบขับเคลื่อนเบื้องต้น BYD ATTO 3 มีอะไรบ้าง?

ค่อนข้างแน่ชัดว่า BYD ATTO 3 ที่วางจำหน่ายในประเทศไทยจะได้ระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า Permanent magnet synchronous motor กำลังสูงสุด 150 kW (204 PS) แรงบิดสูงสุด 310 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังไปยังล้อคู่หน้าทั้งหมด โดยไม่มีระบบขับเคลื่อนสี่ล้อให้เลือก สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลา 7.3 วินาที ซึ่งถือว่าค่อนข้างน่าสนใจทีเดียวเทียบกับตัวรถสไตล์คอมแพ็กเอสยูวี
จุดเด่นสำคัญของ BYD ATTO 3 ถือการติดตั้งแบตเตอรี่แบบ Blade Battery ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่คิดค้นและพัฒนาโดย BYD เอง โดยจุดเด่นของแบตเตอรี่ชนิดนี้อยู่ที่การออกแบบเซลล์แบตเตอรี่ให้มีลักษณะคล้ายกับใบมีด จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนได้ดีกว่าแบตเตอรี่ที่ใช้ในปัจจุบันมาก และยังทำให้แบตเตอรี่มีขนาดเล็ก สามารถเพิ่มประจุไฟได้มากกว่าด้วย
สำหรับแบตเตอรี่ของ BYD ATTO 3 เวอร์ชันออสเตรเลียมีให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 49.92 kWh ในรุ่น Standard Range และ 60.48 kWh ในรุ่น Extended Range โดยขนาดเริ่มต้นสามารถขับขี่ได้เป็นระยะทางราว 345 กิโลเมตรภายใต้มาตรฐานการทดสอบ WLTP ขณะที่รุ่น Extended Range จะเพิ่มระยะทางขับขี่ขึ้นเป็น 420 กิโลเมตรต่อการชาร์จแต่ละครั้ง ครอบคลุมการใช้งานทั้งในชีวิตประจำวันและออกต่างจังหวัด
การชาร์จไฟสามารถชาร์จแบบปกติ (AC) ผ่านหัวชาร์จแบบ Type 2 และชาร์จด่วน (DC) ผ่านหัวชาร์จแบบ CCS 2 ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย หมดกังวลปัญหาไม่มีที่ชาร์จไปได้เลย เพราะตู้ชาร์จสาธารณะเกือบทั้งหมดในประเทศไทยล้วนแต่รองรับมาตรฐานหัวชาร์จดังกล่าวนี้อยู่แล้ว โดยการชาร์จด่วนสามารถรองรับกระแสไฟได้สูงสุด 70 kW ในรุ่น Standard Range และ 80 kW ในรุ่น Extended Range
ขณะที่ช่วงล่างเป็นอีกหนึ่งจุดขายของ BYD ATTO 3 ด้วยการเลือกใช้ช่วงล่างด้านหน้าแบบ MacPherson Strut และด้านหลังแบบ Multi-link ซึ่งให้ความนุ่มนวลควบคู่ไปกับการทรงตัวที่ดี เทียบกับรถยนต์ไฟฟ้าบางรุ่นที่ใช้ช่วงล่างด้านหลังแบบ Torsion Beam ซึ่งมักจะเสียเปรียบในเรื่องของอาการโคลงตัวที่ค่อนข้างเยอะ

รูปลักษณ์ภายนอกลงตัวกว่าที่คาดไว้

ต้องยอมรับเลยว่าการออกแบบ BYD ATTO 3 ทำได้สวยงามลงตัวผิดไปจากภาพลักษณ์รถยนต์สัญชาติจีนแบบเดิมๆ (แม้ว่ารูปลักษณ์จะชวนให้นึกถึง ID.4 ของ Volkswagen อยู่เนืองๆ ก็ตาม) ด้านหน้าถูกติดตั้งไฟหน้าแบบ LED พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED เชื่อมเข้ากับกระจังหน้าแบบปิดทึบตามฉบับรถยนต์ไฟฟ้า โดยบริเวณส่วนล่างของกระจังหน้าสีเงินยังมีการติดตั้งไฟหรี่ LED แนวยาวที่เชื่อมไฟหน้าทั้งสองข้างเข้าหากัน แต่จะมองเห็นได้ชัดเจนเฉพาะเวลากลางคืนเท่านั้น
ดีไซน์ด้านข้างเน้นเส้นสายที่ดูโค้งมนตลอดทั้งคัน มาพร้อมช่องชาร์จไฟอยู่บริเวณซุ้มบังโคลนด้านหน้าขวาเพียงฝั่งเดียว เสริมความบึกบึนสไตล์เอสยูวีด้วยซุ้มล้อสีดำ พร้อมด้วยล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว หุ้มด้วยยางขนาด 215/55 R18 เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เสริมความทันสมัยด้วยเสา D-pillar ถูกตกแต่งด้วยสีเงินที่ออกแบบให้มีลวดลายบนพื้นผิว ซึ่ง BYD ระบุว่าได้แรงบันดาลใจมาจาก “เกล็ดมังกร” สมกับที่รถคันนี้มาจากแดนมังกรจริงๆ
ขณะที่ไฟท้ายแบบ LED ถูกออกแบบให้มีลักษณะแนวนอนพาดยาวตามความกว้างของตัวรถ พร้อมด้วยกันชนท้ายตกแต่งด้วยแผงสีดำช่วยให้รถดูสปอร์ตมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีการแปะตัวหนังสือ “BUILD YOUR DREAMS” อยู่บนประตูท้าย ซึ่งเป็นชื่อเต็มๆ ของ BYD นั่นเอง และแน่นอนว่า BYD ATTO 3 มีที่ปัดน้ำฝนด้านหลังมาให้ด้วย ไม่ต้องมานั่งเถียงกันว่ามันจำเป็นหรือไม่จำเป็นอย่างไร

ห้องโดยสารดูแปลกตา แต่ใส่ฟังก์ชันล้ำๆ มาเพียบ

ภายในห้องโดยสารของ BYD ATTO 3 ถูกออกแบบให้มีความแปลกตาไปจากรถยนต์รุ่นอื่นๆ ที่ผู้เขียนเคยสัมผัสมา ด้วยเส้นสายการออกแบบที่เน้นความโค้งมนทั้งแผงคอนโซล, กรอบช่องแอร์ และพวงมาลัย ประกอบกับการตกแต่งด้วยสีน้ำเงิน Eclipse Blue และสีเทา Hazy Grey ยิ่งทำให้ห้องโดยสารของรถคันนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร
บริเวณคอนโซลหน้าโดดเด่นด้วยหน้าจอสัมผัสขนาด 12.8 นิ้ว ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนเป็นแนวตั้งหรือแนวนอนด้วยการกดปุ่มบนพวงมาลัย ซึ่งตรงนี้จะมีประโยชน์ในกรณีเปิดใช้ระบบแผนที่นำทาง เพราะหากหมุนหน้าจอให้เป็นแนวตั้ง ก็จะช่วยเพิ่มระยะบนแผนที่ให้มีมุมมองที่ไกลขึ้นนั่นเอง โดยระบบอินโฟเทนเมนท์ยังสามารถรองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมทั้งมีช่องเชื่อมต่อทั้ง USB-A และ USB-C มาให้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
ส่วนช่องแอร์ก็ถือเป็นอีกหนึ่งความแปลกของห้องโดยสาร BYD ATTO 3 คันนี้ ด้วยการออกแบบหน้ากากแอร์ให้มีลักษณะเป็นรูปครึ่งวงกลมตกแต่งด้วยสีเงิน พร้อมแถบเลื่อนเปิด-ปิดหน้ากากแอร์ (สีส้มๆ) ที่มีให้ทุกช่อง ซึ่งการใช้งานก็ไม่แตกต่างอะไรไปจากช่องแอร์ปกติ แถมยังมีช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลังมาให้ด้วย
ความพิเศษของ BYD ATTO 3 ยังไม่หมดเพียงแค่นั้น เพราะนอกจากจะออกแบบที่เปิดประตูภายในรถให้วางซ้อนอยู่เหนือลำโพงแล้ว บริเวณช่องเก็บของบนแผงประตูยังมีการติดตั้งเชือกสีส้ม 3 เส้น ซึ่งดูเผินๆ ก็เหมือนจะเอาไว้ช่วยประคองไม่ให้สิ่งของหล่นลงมาตามปกติ แต่หากลองเอานิ้วดีดแต่ละเส้นดูแล้วล่ะก็ มันก็จะส่งเสียงเป็นคีย์ โด-เร-มี ราวกับกำลังดีดกีตาร์อยู่นั่นเอง เป็นกิมมิกเล็กๆ ที่สร้างความว้าวให้กับผู้ที่ขึ้นมาสัมผัสรถคันนี้ไม่น้อยทีเดียว
ส่วนหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่เป็นขนาด 5 นิ้ว แม้ว่าจะมีขนาดที่ค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับรถรุ่นอื่นๆ แต่ก็สามารถแสดงข้อมูลที่จำเป็นต่อการขับขี่ได้อย่างครบถ้วน ไม่เว้นแม้แต่ระบบช่วยเหลือการขับขี่ต่างๆ ซึ่งถูกอัดแน่นใส่มาใน BYD ATTO 3 เช่น ระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ Stop & Go Full Speed Adaptive Cruise Control, ระบบ Lane Keeping Assist, ระบบช่วยเบรกฉุ
อุปกรณ์มาตรฐานอื่นๆ ของ BYD ATTO 3 ได้แก่ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมกรองฝุ่น PM2.5, ระบบ Keyless Entry & Keyless Start, กุญแจแบบการ์ด Portable Card Key สำหรับใช้แทนกุญแจปกติ, ระบบชาร์จไฟไร้สาย, ไฟตกแต่งภายในห้องโดยสารที่สามารถปรับสีได้ โดยที่ไฟบริเวณมือเปิดประตูยังสามารถเปลี่ยนสีตามจังหวะเพลงที่เปิดอยู่ในขณะนั้นได้อีกด้วย

สมรรถนะดีเกินคาดทั้งมอเตอร์ไฟฟ้าและช่วงล่าง

การทดสอบขับ BYD ATTO 3 จะถูกแบ่งออกเป็นสเตชันต่างๆ บนสนามปทุมธานีสปีดเวย์ ไม่ใช่การขับออกถนนจริงแต่อย่างใด ซึ่งอาจกล่าวโดยสรุปรวมได้ว่าอัตราเร่งของ BYD ATTO 3 ทำได้ค่อนข้างน่าประทับใจ แม้ว่าความรู้สึกจริงอาจไม่ได้รู้สึกว่าตัวรถมีแรงดึงมากมายนัก แต่ก็ทำตัวเลขได้ต่ำกว่า 8 วินาที แม้ว่าจะนั่งโดยสารกันถึง 3 คนก็ตาม ขณะที่อัตราเร่งในโหมด Normal และ Sport ทำเวลาได้แทบไม่แตกต่างกัน แต่โหมด Sport จะเป็นการปรับคันเร่งให้ตอบสนองได้ไวขึ้นบนสภาพการขับขี่จริง พูดง่ายๆ คือ หากเหยียบคันเร่งด้วยน้ำหนักเท่าๆ กัน โหมด Sport จะพาตัวรถพุ่งออกตัวไปได้เร็วกว่า
ส่วนช่วงล่างเป็นอีกหนึ่งจุดที่ค่อนข้างประทับใจ เพราะก่อนหน้าที่เราเคยทดสอบ MG ZS EV จะพบอาการช่วงล่างนิ่มย้วยจนเกินงามไปเสียหน่อย ต่างจาก MG ZS รุ่นเครื่องยนต์เบนซินที่เก็บอาการช่วงล่างได้ดีกว่า ขณะที่ BYD ATTO 3 แม้ว่าจะเซ็ตมาให้มีลักษณะค่อนข้างนุ่มเช่นกัน แต่หากเทียบกับ ZS EV ก็พบว่ามีการโยนตัวน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด เรียกว่าสามารถเข้าโค้งได้แบบเนียนๆ ภายใต้ความเร็วที่ไม่สูงมากนัก ขณะที่การขับขี่บนถนนจริงคงต้องมาว่ากันอีกที

สรุป BYD ATTO 3 ถือว่า “น่าสนใจ”

โดยสรุปแล้ว BYD ATTO 3 สามารถทำออกมาได้ค่อนข้างน่าประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงานดีไซน์ภายนอก (ส่วนภายในก็ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคนก็แล้วกัน) สมรรถนะการขับขี่ และอุปกรณ์มาตรฐานที่ให้มา ที่เหลือก็คงเป็นเรื่องของราคาจำหน่ายที่คาดว่าจะป้วนเปี้ยนอยู่ราว 1.1 – 1.2 ล้านบาท หลังได้รับส่วนลดจากมาตรการส่งเสริมภาครัฐ ซึ่งหากเทียบกับตัวเลือกที่มีอยู่ในตลาดทั้งหมดก็ต้องยอมรับว่าน่าดึงดูดใจไม่น้อยทีเดียว

ส่วนรายละเอียดและราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการอดใจรอวันที่ 10 ตุลาคมนี้รู้กัน!

เงินเดือนเท่าไหร่ ถึงจะซื้อ รถยนต์คันแรก ได้?

มนุษย์เงินเดือนทั้งหลายควรมีรายได้เท่าไหร่ จึงจะเพียงพอ […]

Read More

ผ่อนรถไม่ไหว ทำยังไง ให้ไม่ถูกยึดรถและติดแบล็กลิสต์

เชื่อว่าหลายคนกำลังประสบปัญหาผ่อนรถไม่ไหว เนื่องจากสภาพ […]

Read More

MG VS HEV กับการรีวิว แบบจัดเต็ม

รีวิว MG VS HEV 2022 ใหม่ เอสยูวีขุมพลังไฮบริดรุ่นล่าสุ […]

Read More