ถ้าไม่อยาก ระบบเผาผลาญ พัง ระวัง 6 พฤติกรรมนี้ให้ดี !

fat

ถ้าไม่อยาก ระบบเผาผลาญ พัง ระวัง 6 พฤติกรรมนี้ให้ดี !

สาวๆ เคยสงสัยกันไหมว่า ทุกครั้งที่ตั้งใจลดน้ำหนัก พยายามออกกำลังกายและควบคุมการกินอาหารอย่างดี แต่กลับทำให้การลดน้ำหนักไม่เป็นผล นั่นเป็นเพราะว่า ระบบเผาผลาญ เกิดความเสียหายก็เป็นไปได้ ซึ่งวันนี้เราได้รวบรวม 6 พฤติกรรมที่ถือว่าผู้หญิงหลายคนมักจะมองข้าม และเป็นพฤติกรรมที่ทำลายระบบเผาผลาญให้เสียหายอย่างมากมาแชร์ให้ได้รู้ มาดูกันว่าพฤติกรรมเหล่านั้นมีอะไรกันบ้าง

1.กินอาหารไม่เพียงพอ
การกินอาหารที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ย่อมมีส่วนทำให้ร่างกายได้รับปริมาณแคลอรีน้อยเกินไป จึงทำให้ระบบเผาผลาญไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งสาวๆ หลายคนที่เลือกวิธีการลดน้ำหนักด้วยการอดอาหาร เพียงเพราะเชื่อว่าร่างกายจะผอมได้เร็ว เนื่องจากได้รับปริมาณแคลอรีน้อย บอกเลยว่าวิธีนี้อาจทำให้ร่างกายเสียหายได้ อย่าลืมว่าร่างกายยังคงต้องการเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนระบบต่างๆ ซึ่งก็รวมไปถึงระบบเผาผลาญด้วยเช่นกัน ดังนั้นอย่าลืมเติมเชื้อเพลิงด้วยการกินอาหารให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในทุกๆ วัน

2.กินอาหารเช้าผิดประเภท
การกินอาหารเช้าผิดประเภท เช่น ซีเรียลเคลือบด้วยน้ำตาล ขนมปังขาว หรือแม้แต่แยม ล้วนทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นภายในเวลา 30 นาทีหลังจากกินอาหารเหล่านั้นเข้าไป และหลังจากนั้นก็จะทำให้เกิดอาการหิวอีกครั้ง จึงทำให้สาวๆ เริ่มหาของว่างมากินเรื่อยๆ และนั่นก็จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นไปอีก พฤติกรรมเช่นนี้แหละที่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการเผาผลาญให้ได้รับความเสียหายหรือเสื่อมประสิทธิภาพลง

3.กินโปรตีนน้อย
โปรตีนถือเป็นสารอาหารที่มีความจำเป็นต่อร่างกายอย่างมาก และเป็นสารอาหารที่ร่างกายควรได้รับในปริมาณที่เพียงพอ อีกทั้งยังเป็นสารอาหารที่มีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักได้ดีอีกด้วย นั่นเป็นเพราะการกินโปรตีนช่วยเพิ่มความสามารถในการกระตุ้นการเผาผลาญ ช่วยให้อิ่มนาน และยังช่วยป้องกันการสูญเสียกล้ามเนื้อตามวัยอีกด้วย

4.ดื่มน้ำเปล่าน้อย
การดื่มน้ำเปล่าน้อยหรือปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ มีผลต่อการทำให้ระบบเผาผลาญเสียหายได้ เนื่องจากร่างกายของคนเรามีความต้องการน้ำเพื่อช่วยในการเผาผลาญไขมัน อีกทั้งการดื่มน้ำที่เพียงพอยังช่วยในเรื่องของการลดน้ำหนักและการลดไขมัน แถมยังช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ดีและมีประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน

5.นอนพักผ่อนไม่เพียงพอ
ใครที่คิดว่าการนอนไม่สำคัญหรือไม่มีผลต่อการทำงานของระบบเผาผลาญ บอกเลยว่านั่นคือความคิดที่ผิดอย่างมาก เพราะการนอนมีความสำคัญไม่ต่างไปจากการออกกำลังกายหรือการควบคุมอาหารการกินเลย ดังนั้นถ้าสาวๆ มีพฤติกรรมอดหลับอดนอน ย่อมมีผลต่อการทำให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ช้าลง อีกทั้งการอดนอนยังทำให้เกิดการสะสมไขมันเพิ่มขึ้น และเสี่ยงเป็นโรคอ้วนได้ง่ายมากๆ

6.เผชิญกับความเครียดบ่อย
เมื่อใดที่ร่างกายเผชิญกับความเครียดบ่อย ก็จะส่งผลให้การเผาผลาญทำงานได้ช้า เนื่องจากช่วงที่เราเจอกับความเครียด ร่างกายจะปล่อยฮอร์โมนความเครียดที่มีชื่อว่าคอร์ติซอล ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้สามารถส่งผลกระทบต่อฮอร์โมนชนิดอื่นๆ ในร่างกายได้ อีกทั้งยังทำให้เกิดการสะสมไขมันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกด้วย

5 เคล็ดลับเพิ่มอัตราการเผาผลาญให้ร่างกาย อยากผอมไวต้องลอง

สาวๆ เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมบางคนกินเยอะกินไม่หยุดแต่ร่างกายกลับไม่อ้วน ในขณะที่บางคนควบคุมการกินเป็นอย่างดี แต่ร่างกายกลับมีน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นหรือน้ำหนักยังคงอยู่ที่เดิม นั่นเป็นเพราะว่าร่างกายที่มีการเผาผลาญดี ช่วยให้มีรูปร่างที่ดีนั่นเอง จะกินมากกินน้อยก็ไม่ต้องกังวลเรื่องหุ่น วันนี้เราจึงนำเคล็ดลับง่ายๆ ที่ช่วยเติมอัตราการเผาผลาญพลังงานในร่างกายมาฝากสาวๆ ให้ได้นำไปใช้เพื่อดูแลสุขภาพร่างกายและการมีหุ่นสวยกันค่ะ

1.กินมื้อเช้าทุกวัน
ไม่ว่าสาวๆ จะอยู่ในช่วงของการลดน้ำหนักหรือไม่ก็ตาม อาหารเช้ายังคงถือเป็นมื้อที่สำคัญและขาดไม่ได้เด็ดขาด เพราะผลจากการอดมื้อเช้านั้น ทำให้ร่างกายเกิดการลดระบบเผาผลาญลง และทำให้สมองหลั่งสารเคมีที่ชื่อว่า นิวโรเปปไทด์ วาย (Neuropeptide Y) ซึ่งสารชนิดนี้จะส่งสัญญาณให้ร่างกายรู้สึกหิวและมีความอยากอาหารมากกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว อีกทั้งยังรบกวนสมาธิในการทำงานอีกด้วย นั่นเพราะสมองไม่มีน้ำตาลกลูโคสจากอาหารเพื่อไปเลี้ยงสมอง และยังทำให้ร่างกายรู้สึกอยากกินของหวานมากกว่าเดิมอีกด้วย จึงไม่แปลกที่จะทำให้ร่างกายมีน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ

2.เข้านอนเร็วอย่างสม่ำเสมอ
เหตุผลที่การเข้านอนเร็วอย่างสม่ำเสมอมีส่วนช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย นั่นเพราะว่าโดยปกติแล้วร่างกายของคนเราจะมีระบบเป็นนาฬิกาชีวภาพ คอยทำหน้าที่ในการควบคุมการหลั่งฮอร์โมน เพื่อรักษาประสิทธิภาพในการทำงานของร่างกาย พร้อมทั้งควบคุมรอบการหลับและตื่นในแต่ละวัน ทั้งนี้ช่วงเวลาของการเข้านอนที่ดีที่สุดก็คือช่วง 3 ทุ่ม ถึง 5 ทุ่ม เพราะเป็นช่วงเวลาของระบบภูมิต้านทานโรคจะทำงานได้ดีที่สุด อีกทั้งยังสะสมพลังงานสำรองเพื่อซ่อมแซมส่วนสึกหรอในร่างกาย และยังช่วยสกัดอาการหิวยามดึก รวมทั้งร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนเล็ปตินซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้รู้สึกอิ่มและเพิ่มอัตราการเผาผลาญให้สามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้น

3.หมั่นดื่มน้ำให้มากๆ
การดื่มน้ำวันละ 8-12 แก้ว ในแก้วขนาด 8 ออนซ์นั้น จะช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญสูงขึ้นกว่าคนที่ดื่มน้ำวันละ 4 แก้ว ซึ่งผลการศึกษาของนักวิจัยประจำ Virginia Tech แห่งเมืองแบล็กส์เบิร์ก รัฐเวอร์จิเนีย ระบุไว้ว่า การดื่มน้ำในแก้วขนาด 8 ออนซ์ วันละ 8-12 แก้ว โดยหลังตื่นนอนก่อนอาหารเช้าจะดื่มประมาณ 5 แก้ว จะช่วยให้ระบบขับถ่ายคล่องและโล่งสบาย ทั้งนี้ควรทำคู่กับการออกกำลังกาย เพราะจะช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานได้ดียิ่งขึ้น

4.เติมสารแอลคาร์นิทีนให้ร่างกาย
ในส่วนของสารแอลคาร์นิทีนนั้น ส่วนใหญ่จะพบในเนื้อสัตว์ ถั่ว นม และอะโวคาโด ซึ่งตราบใดที่ต้องการให้ร่างกายเกิดการเผาผลาญที่ดี จำเป็นที่จะต้องเติมสารชนิดนี้ในร่างกาย ทั้งนี้สารแอลคาร์นิทีนจัดเป็นสารที่ถูกสร้างขึ้นในร่างกายของเราเองจากกรดอะมิโน 2 ตัว นั่นก็คือ ไลซีนและเมไทโอนีน เป็นกรดที่ผลิตที่ตับ โดยจะถูกนำไปเก็บไว้ในกล้ามเนื้อตามแขน ขา สมอง และหัวใจ ช่วยเพิ่มกระบวนการในการดึงไขมันออกมาเผาผลาญให้เป็นพลังงานในร่างกายต่อไป

5.ออกกำลังกายแบบผสม
สำหรับการออกกำลังกายแบบผสมนั้นก็คือ การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอพร้อมทั้งการเล่นเวทเทรนนิ่ง ซึ่งเป็นการออกกำลังกายที่จะช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานในร่างกายได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้การออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอจะมีทั้งการเดินเร็ว วิ่ง ปั่นจักรยาน เต้นรำ หรือว่ายน้ำ เป็นวิธีออกกำลังกายที่ช่วยเผาผลาญไขมัน แต่ก็ต้องออกกำลังกายให้อยู่ในระดับที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วระดับหนึ่งเพื่อให้เลือดสูบฉีด ร่างกายจึงจะดึงไขมันมาใช้ ส่วนการเล่นเวทเทรนนิ่งจะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและเพิ่มอัตราการเผาผลาญเมตาบอลิซึมได้ดียิ่งขึ้น ทั้งนี้ควรออกกำลังกายทั้งสองรูปแบบจึงจะสามารถกระตุ้นปฏิกิริยานี้ได้

5 อาหารกระตุ้นระบบเผาผลาญให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ

สำหรับสาวๆ ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการเผาผลาญพลังงาน จนส่งผลให้น้ำหนักไม่ลดลง รวมทั้งส่งผลให้เกิดการสะสมของไขมันตามมา วันนี้เราขอแนะนำอาหาร 5 ชนิดที่มีส่วนช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญให้ทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพกันค่ะ เมื่อระบบเผาผลาญทำงานได้อย่างเต็มที่ ก็จะกำจัดไขมันที่สะสมในร่างกายได้ดี เพราะระบบเผาผลาญจะเปลี่ยนไขมันสะสมไปเป็นพลังงานไว้ให้ร่างกายได้ใช้ต่อไปนั่นเอง

1.แอปเปิล
แอปเปิลมีสารแพคตินที่ช่วยควบคุมเซลล์ภายในร่างกายไม่ให้ดูดซึมไขมันมากจนเกินไป และยังมีสารแอนติออกซิแดนท์ที่ช่วยให้ระบบเผาผลาญทำงานไม่ผิดเพี้ยน ทั้งนี้แนะนำให้สาวๆ กินแอปเปิลเป็นประจำ จะช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญให้ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งยังช่วยในเรื่องของการลดน้ำหนักได้อีกทางเลยก็ว่าได้

2.พริก
พริกมีสารแคปเซอิซิน ซึ่งเป็นสารที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และยังช่วยเร่งอัตราการเผาผลาญพลังงาน โดยมีงานวิจัยค้นพบว่า การกินพริกมีส่วนช่วยเพิ่มความเร็วในการเผาผลาญไขมันในร่างกาย ดังนั้นหากสาวๆ ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบเผาผลาญ แนะนำให้กินอาหารรสเผ็ดกันค่ะ แต่ไม่แนะนำให้กินรสเผ็ดจนเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดอาการปวดท้องตามมาได้

3.ขิง
ขิงเป็นสมุนไพรที่มีรสเผ็ดร้อน มีส่วนช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหารและระบบเผาผลาญ หากสาวๆ รู้สึกว่าระบบย่อยอาหารและระบบเผาผลาญไม่ค่อยดีนัก แนะนำให้ดื่มน้ำขิงเป็นประจำ หรือจะกินอาหารที่มีส่วนผสมของขิงก็น่าสนใจเช่นกัน

4.ข้าวกล้อง
ข้าวกล้องจัดเป็นอาหารที่ไม่เพียงแต่จะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญเท่านั้น แต่ยังมีส่วนช่วยให้ร่างกายคงระดับของอินซูลินให้เป็นปกติอีกด้วย นอกจากนี้ยังช่วยคงระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้สูงหรือต่ำจนเกินไป และที่สำคัญข้าวกล้องถือเป็นตัวเลือกสำหรับสาวๆ ที่ต้องการลดการกินข้าวขาวหรืออยู่ในช่วงลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี

5.ชาเขียว
เครื่องดื่มที่ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญได้ดีมากๆ ก็คือ ชาเขียว ซึ่งชาเขียวสามารถเผาผลาญไขมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยให้ผิวพรรณของสาวๆ แข็งแรง และยังช่วยลดเลือนริ้วรอยอีกด้วย แต่แนะนำให้ดื่มชาเขียวที่ไม่มีรสชาติหวานจะดีต่อสุขภาพมากกว่า

หากช่วงไหนที่สาวๆ รู้สึกว่าร่างกายเริ่มจะไม่ปกติ เช่น เหงื่อไม่ค่อยออก หรือน้ำหนักไม่ลดลง แนะนำให้หาอาหารเหล่านี้มากินบ่อยๆ เพราะอาหารทั้ง 5 ชนิดที่เราได้เอามาแชร์ข้างต้นนั้น ล้วนมีสารที่ช่วยเร่งการเผาผลาญและยังช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกายได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญร่างกายของสาวๆ จะยังได้รับสารอาหารอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นอีกด้วย

สรุป

เอาเป็นว่าสาวๆ คนไหนที่มีข้อสงสัยถึงการลดน้ำหนักที่ไม่เป็นผล แนะนำให้ลองสังเกตพฤติกรรมของตัวเองดูว่าตรงกับข้อใดใน 6 ข้อที่เราได้กล่าวไปข้างต้นหรือไม่ เนื่องจากแต่ละข้อล้วนสามารถส่งผลกระทบต่อการทำงานของ ระบบเผาผลาญ ได้ด้วยกันทั้งสิ้น

แหล่งที่มา

https://www.sanook.com/

อาการปวดท้อง สาเหตุ และวิธีการรักษา

อาการปวดท้อง เป็นอาการที่พบได้บ่อยในคนทุกเพศทุกวัย อาจเ […]

Read More
ปัญหาฟันผุ สาเหตุ อาการ และการรักษา

ปัญหาฟันผุ สาเหตุ อาการ และการรักษา

ปัญหาฟันผุ เป็นปัญหาสุขภาพช่องปากที่พบบ่อยที่สุดในโลก โ […]

Read More
อาการปวดหลัง สาเหตุ และวิธีการรักษา

อาการปวดหลัง สาเหตุ และวิธีการรักษา

อาการปวดหลัง เป็นอาการที่พบได้บ่อยในคนทุกเพศทุกวัย โดยเ […]

Read More