มาทำความรู้จักกันว่า หูดหงอนไก่ใน ผู้ชาย เกิดจากอะไร

หูดหงอนไก่ ผู้ชาย เกิดจากอะไร มาทำความรู้จัก โรคหูดหงอนไก่ คืออะไร

อันตรายแค่ไหน อาการหูดหงอนไก่ในผู้ชายเป็นอย่างไร พร้อมวิธีรักษาและป้องกัน เพื่อการมีเพศสัมพันธ์อย่างไร้กังวล

หากพูดถึงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์แล้ว หลายคนอาจนึกถึงโรคเอดส์ โรคหนองใน หรือโรคเริม แต่ความจริงแล้วยังมีอีกหลายโรคที่เปรียบเหมือนภัยเงียบใกล้ตัว หนึ่งในนั้นก็คือ หูดหงอนไก่ ที่พบได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย โรคหูดชนิดนี้ถือว่าไม่ควรมองข้าม เพราะถึงแม้จะไม่อันตรายขนาดทำให้ใครเสียชีวิต แต่ก็สร้างความลำบากและทำลายความมั่นใจ รวมทั้งต้องเสียเงินในการรักษาอยู่ไม่น้อย แถมยังสามารถกลับมาเป็นซ้ำได้เรื่อย ๆ อีก หากไม่รักษาและป้องกันอย่างถูกต้อง ดังนั้นเราไปรู้จัก หูดหงอนไก่ชาย ให้มากขึ้นกันดีกว่า

หูดหงอนไก่ เกิดจากอะไร

หูดหงอนไก่ เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยมีสาเหตุหลักมาจากเชื้อไวรัสต้นเหตุที่เรียกว่า ฮิวแมนแพปพิลโลมาไวรัส (HPV) ที่ถ่ายทอดถึงกันได้ง่าย โดยเชื้อชนิดนี้ชอบอยู่ในที่อับชื้น จึงมักทำให้เกิดรอยโรคที่อวัยวะสืบพันธุ์

ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงในการติดเชื้อ

มีคู่นอนหลายคน
มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย
คู่นอนมีการติดเชื้อหูดหงอนไก่
การมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก หรือมีพฤติกรรมรักร่วมเพศ
ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ติดเชื้อเอชไอวี เป็นเบาหวานที่ควบคุมไม่ดี หรือได้รับยากดภูมิคุ้มกัน

หูดหงอนไก่ชาย อาการเป็นยังไง อันตรายไหม

ลักษณะเฉพาะของหูดหงอนไก่ จะเป็นติ่งเนื้อสีชมพู ขาว หรือสีเดียวกับผิวหนัง ผิวขรุขระเป็นหยักคล้ายหงอนไก่ หรือดอกกะหล่ำ หูดหงอนไก่ ผู้ชาย มักพบในตำแหน่งใต้หนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ เส้นสองสลึง อัณฑะ และรูเปิดท่อปัสสาวะ อาจพบบริเวณรอบทวารหนักในผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ทางด้านหลัง

อาการของโรคหูดหงอนไก่เป็นได้ตั้งแต่ไม่มีอาการเลย คันถึงคันมาก ไปจนถึงมีก้อนอุดกั้นทวารหนักหรือท่อปัสสาวะ บางรายมีเลือดออกจากก้อนหูด หรือแม้แต่แสบร้อนที่อวัยวะเพศ ทั้งนี้ หูดหงอนไก่จะสามารถขยายจำนวนได้ ถ้าได้รับการกระตุ้นจากความร้อน ความชื้น ซึ่งนอกจากอาการทางกายภาพแล้ว ผู้ที่เป็นโรคหูดหงอนไก่มักมีความเครียด วิตกกังวล ซึมเศร้า อับอาย และอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์กับคู่รักตามมาได้

วิธีรักษาหูดหงอนไก่

ปัจจุบันการรักษาหูดหงอนไก่ชายทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับขนาด จำนวน ตำแหน่งของโรค ความต้องการของผู้ป่วย ค่าใช้จ่าย และผลข้างเคียงของการรักษา ดังนี้

1. รักษาด้วยยาทา

มีทั้งยาที่แพทย์เป็นผู้ทาให้ และยาที่ทาได้เอง ซึ่งที่นิยมในปัจจุบันมี 2 ชนิด ได้แก่
อิมิควิโมด 5% (Imiquimod/Aldara) ยานี้จะกระตุ้นภูมิคุ้มกันเฉพาะที่ ให้ร่างกายกำจัดไวรัสเอชพีวีด้วยตัวเอง โดยทา 3 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่ไม่เกิน 16 สัปดาห์ ข้อเสียคืออาจทำให้เกิดผื่นแดงได้
โพโดฟิลอก 0.5% (Podofilox) เป็นยาที่ยับยั้งการแบ่งเซลล์ วิธีการใช้คือทาวันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 3 วัน แล้วเว้น 4 วัน แต่ไม่เกิน 4 รอบ ซึ่งอาจทำให้เกิดการระคายเคืองเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม ก่อนทายาเองทุกครั้งควรปัสสาวะให้เรียบร้อยเสมอ เพราะหลังจากทายาแล้วไม่ควรโดนน้ำอย่างน้อย 4-6 ชั่วโมง

2. การผ่าตัด

สามารถผ่าตัดได้หลายวิธี เช่น การใช้จี้ไฟฟ้า กรรไกร เลเซอร์คาร์บอนไดออกไซด์ หรือการขูดออก เหมาะสำหรับหูดที่มีขนาดใหญ่

3. การจี้เย็น

วิธีนี้จะอาศัยการใช้ความเย็นทำให้เซลล์แตก โดยใช้ไนโตรเจนเหลว (Cryoprobe) แต่มีอาการข้างเคียง คือ เจ็บปวด เกิดเนื้อตาย ตุ่มน้ำพอง ควรฉีดหรือทายาชาก่อนการรักษา โดยเฉพาะในรายที่มีหูดขนาดใหญ่

หูดหงอนไก่ เป็นซ้ำได้อีกไหม

แม้จะรักษาจนหายแล้ว แต่ความร้ายกาจของโรคนี้ก็คือ หูดหงอนไก่สามารถเกิดซ้ำได้บ่อยถึงร้อยละ 30-70 ที่ระยะเวลา 6 เดือน หลังสิ้นสุดการรักษา สาเหตุเป็นได้ตั้งแต่ยาไม่มีประสิทธิภาพ การติดเชื้อซ้ำจากคู่นอน หรือเกิดรอยโรคจากเชื้อในร่างกายตัวเอง

จะเห็นได้ว่าไม่มีวิธีใดที่รักษาโรคหูดหงอนไก่ให้หายขาดได้ ดังนั้นวิธีป้องกันที่ดีที่สุดก็คือการมีคู่นอนคนเดียว ใส่ถุงยางอนามัยก่อนมีเพศสัมพันธ์ รวมถึงควรตรวจคัดกรองโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำทุกปี หรือฉีดวัคซีนป้องกันการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ที่ 6 และ 11 ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหูดอวัยวะเพศ ถือเป็นการป้องกันได้อีกทางหนึ่งครับ

สิ้วขึ้นอวัยวะเพศชาย ทำยังไง ไม่ควรมองข้าม

สิวที่อวัยวะเพศชาย โรคใกล้ตัวที่หนุ่ม ๆ ไม่ควรมองข้าม เ […]

Read More

เปิดประวัตินักแสดงซีรีส์ บิว จักรพันธ์ เขาคือใคร

บิว จักรพันธ์ ประวัตินักแสดงซีรีส์วายที่โด่งดังจากเรื่อ […]

Read More

อวัยวะเพศ ของหนุ่มๆ ล้างยังไงให้สะอาด และถูกต้อง

วิธีทำความสะอาดอวัยวะเพศชาย หนุ่ม ๆ รู้หรือยังว่าการล้า […]

Read More